“สนามบิน” ทั่วเอเชีย! ยกระดับการคัดกรอง “ไวรัสนิปาห์” หวั่นแพร่ระบาดจากอินเดีย
หลายประเทศในเอเชีย รวมถึง ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย และเนปาล เร่งยกระดับมาตรการคัดกรองสุขภาพที่สนามบินและจุดผ่านแดนระหว่างประเทศ หลังเกิดความวิตกกังวลจากกรณีอินเดียยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah) จำนวน 2 ราย ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดข้ามพรมแดน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ทางการอินเดียยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ 2 ราย ในช่วงปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยผู้ติดเชื้อเป็นบุคลากรทางการแพทย์ในรัฐเบงกอลตะวันตก และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในท้องถิ่น ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียระบุในแถลงการณ์เมื่อช่วงค่ำวันอังคารที่ 27 มกราคมว่า หน่วยงานภาครัฐสามารถระบุตัวผู้ติดเชื้อและติดตามประชาชน 196 รายที่มีความเชื่อมโยงกับผู้ป่วยทั้งสองรายแล้ว โดยยังไม่พบผู้ใดแสดงอาการ และผลตรวจหาเชื้อเป็นลบทั้งหมด
รายงานการติดเชื้อดังกล่าวส่งผลให้หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มระดับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด สำนักงานโรคติดต่อของสิงคโปร์เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ 28 มกราคมว่า จะจัดตั้งจุดคัดกรองอุณหภูมิร่างกายที่สนามบิน สำหรับเที่ยวบินที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในอินเดีย
ด้านโฆษกการท่าอากาศยานฮ่องกง ระบุว่า สำนักงานสาธารณสุขของฮ่องกงได้ยกระดับมาตรการคัดกรองสุขภาพ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง รวมถึงการตรวจวัดอุณหภูมิที่ประตูทางออก สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากอินเดีย
กระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซียระบุว่า กำลังยกระดับการเตรียมความพร้อมผ่านการคัดกรองสุขภาพที่จุดผ่านแดนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะผู้เดินทางมาจากประเทศที่ถือว่ามีความเสี่ยง ขณะที่เนปาล ซึ่งมีพรมแดนติดกับอินเดีย ระบุว่า อยู่ในสถานะ “เฝ้าระวังสูง” และได้เพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองนักเดินทางแล้ว
ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของไทยเปิดเผยว่า ได้กำหนดจุดจอดเฉพาะสำหรับอากาศยานที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ พร้อมกำหนดให้ผู้โดยสารกรอกแบบฟอร์มประกาศสุขภาพก่อนผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
ส่วนประเทศจีน สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนรายงานว่า หน่วยงานควบคุมโรคของจีนเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ยังไม่พบการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ภายในประเทศ แต่ยอมรับว่ายังมีความเสี่ยงจากผู้เดินทางเข้าประเทศ
ไวรัสนิปาห์เป็นเชื้อไวรัสที่มีค้างคาวกินผลไม้และสัตว์บางชนิด เช่น หมู เป็นพาหะ สามารถก่อให้เกิดอาการไข้และสมองอักเสบ และมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ระหว่าง 40%–75% แม้เชื้อสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ แต่การส่งผ่านเชื้อไม่เกิดขึ้นง่าย และมักต้องมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ ไวรัสนิปาห์มักแพร่สู่มนุษย์จากค้างคาวที่ติดเชื้อ หรือจากผลไม้ที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของค้างคาว ปัจจุบันยังไม่มีการรับรองยาต้านไวรัสหรือวัคซีนป้องกันไวรัสนิปาห์โดยเฉพาะ แนวทางการรักษาจึงเป็นการดูแลแบบประคับประคองตามอาการ เพื่อพยุงการทำงานของร่างกายและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนเป็นหลัก

