เดือด! “ธรรมนัส” ลั่นหากถูกบีบทางการเมืองก็พร้อมสวนกลับ เหน็บ “ภูมิใจไทย” ตอนรักกันน้ำต้มผักก็ว่าหวาน
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่พรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกรรมการบริหารและว่าที่ สส.พรรคกล้าธรรม ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการทำความเข้าใจกับว่าที่ สส. หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยพรรคส่งผู้สมัครและได้รับเลือกตั้งเป็น สส.เขต 56 คน และบัญชีรายชื่อ 2 คน พร้อมกล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ
ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า พรรคได้แสดงความยินดีกับว่าที่ สส.ทั้งหมด แม้เดิมคาดหวังคะแนนเสียงมากกว่านี้ โดยแบ่งเป็นแถว 1 จำนวน 56 คน แถว 2 จำนวน 45 คน และแถว 3 จำนวน 20 คน รวมทั้งสิ้น 131 คน ทั้งนี้ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลแล้ว ว่าที่ สส.ต้องเตรียมรายงานตัว ชี้แจงค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง และยื่นบัญชีทรัพย์สินตามขั้นตอนกฎหมาย
สำหรับทิศทางการร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่าต้องรอการรับรองผลเลือกตั้งจาก กกต.ให้ชัดเจนก่อน จากนั้นจะมีการหารือร่วมกันระหว่างว่าที่ สส. และกรรมการบริหารพรรค เพื่อกำหนดจุดยืน โดยทุกอย่างต้องเป็นมติของพรรค ไม่ใช่การตัดสินใจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ปี 2562 ตนได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อเนื่องในปี 2566 และปลายปี 2567 ได้รับการเสนอชื่อเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ ยืนยันพร้อมให้ตรวจสอบในทุกประเด็น และพร้อมรับผลที่จะเกิดขึ้น โดยเชื่อว่ากระแสข่าวต่าง ๆ ไม่ใช่ข้ออ้างทางการเมือง
เมื่อถูกถามว่ามีการนำเรื่องคุณสมบัติมาอ้างหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ จึงไม่ควรสรุปอะไรในตอนนี้ เพราะยังต้องรอผลการรับรองจาก กกต.ก่อน
ส่วนประเด็นถูกมองว่าเป็นเกมการเมือง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เราพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง ใครที่ตั้งผมเป็นรัฐมนตรี ถ้าคิดว่าผมผิด คุณก็ต้องโดนด้วย หลักการมีแค่นั้น ถ้าผมผิดคุณสมบัติ ผมก็ไม่ได้เป็น”
เมื่อถามถึงแรงกดดันทางการเมือง เจ้าตัวย้ำว่าพรรคไม่กลัว หากใครบีบก็พร้อมตอบโต้ เพราะการเมืองไม่ใช่เรื่องสวยงามเสมอไป พร้อมระบุว่าสังคมกำลังให้ความสนใจกับการจัดตั้งรัฐบาลมากเกินไป จนลืมว่าที่มาของนักการเมืองคือการเลือกตั้งของประชาชน
สำหรับความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเชิงเปรียบเทียบว่า “คนเราตอนรักกัน น้ำต้มผักก็ว่าหวาน และเมื่อเช้ากินน้ำต้มผักก็ยังหวาน” ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาหรือทะเลาะกัน เพียงแต่สื่อมวลชนพยายามตีความไปเอง พร้อมย้ำว่า “นัสไม่หลงทาง”
นอกจากนี้ยังกล่าวว่า “ในชีวิตผมไม่เคยทะเลาะกับใครก่อน แต่ถ้าใครทะเลาะกับผมก็กลับไปฝันร้าย” อย่างไรก็ตาม พรรคกล้าธรรมไม่ต้องการมีปัญหากับฝ่ายใด และยืนยันว่าความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยยังเป็นปกติ
เมื่อถูกถามถึงการพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หลังการเลือกตั้ง ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่ายังไม่ได้พูดคุยเป็นการส่วนตัว พบกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็พูดคุยตามปกติ
ส่วนกรณีพรรคเล็กทยอยไปรวมตัวกับพรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัส ตั้งคำถามกลับว่า “รู้จักคำว่าภาพลวงตาไหม” พร้อมกล่าวเพียงว่า “มันก็ลวงไปลวงมา”
สำหรับประเด็นเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งต้องลงมือทำงานจริง ไม่ใช่อยู่เพียงในห้องแอร์ โดยเฉพาะการเจรจาขายสินค้าเกษตรในต่างประเทศที่ต้องอาศัยความรู้เชิงเทคนิคและการประสานงานหลายหน่วยงาน ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว
“สินค้าเกษตรเป็นสินค้าเทคนิค ต้องใช้ทูตเกษตร รวมถึงหน่วยงานด้านปศุสัตว์ ประมง และพืช เข้ามาช่วยชี้แจงรายละเอียด กว่าจะเจรจาสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกิดสุญญากาศทางการเมือง เพราะงานต้องเดินหน้าต่อเนื่อง มิฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรจะได้รับผลกระทบโดยตรง

