“อิ๊งค์” อดีตนายกฯ เชื่อ “ทักษิณ” วางมือการเมือง หลังจ่อพักโทษ 11 พ.ค.นี้

“อิ๊งค์” อดีตนายกฯ เชื่อ “ทักษิณ” วางมือการเมือง หลังจ่อพักโทษ 11 พ.ค.นี้
  • Published26 กุมภาพันธ์ 2026

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.69 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนครอบครัวชินวัตร เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม พร้อมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี โดยนับเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 43 ซึ่งปัจจุบันนายทักษิณถูกคุมขังมาแล้วเป็นเวลา 5 เดือน 17 วัน

น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวหลังนายทักษิณจะได้รับการพักโทษในวันที่ 11 พ.ค. ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการเตรียมอะไรเป็นพิเศษ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย การพูดคุยในวันนี้เป็นเรื่องทั่วไป รวมถึงการพูดคุยเกี่ยวกับคลิปการท่องเที่ยว

เมื่อถูกถามถึงบทบาททางการเมืองของนายทักษิณในอนาคต น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “เข้าไปอยู่ 6 เดือนแล้ว น่าจะวางมือแล้ว ไม่มีไม่วางมือหรอกค่ะ”

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารชี้แจงรายละเอียดการพักการลงโทษของนายทักษิณ โดยระบุว่า ปัจจุบันนายทักษิณถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดโทษจำคุก 1 ปี เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.68 และจะครบกำหนดพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย.69

สำหรับเงื่อนไขการพักการลงโทษนั้น หากนักโทษเด็ดขาดมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง จะสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดวันต้องโทษจำคุก หรือพักการลงโทษได้ โดยต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการเพื่อวินิจฉัยการพักการลงโทษ

ทั้งนี้ นายทักษิณจะมีคุณสมบัติครบถ้วนเมื่อรับโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ ซึ่งสามารถได้รับการพักการลงโทษได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของโทษทั้งหมด โดยจะเข้าเกณฑ์ในวันที่ 10 พ.ค.69 และสามารถปล่อยตัวพักการลงโทษได้ในวันถัดไป คือวันที่ 11 พ.ค.69

กรมราชทัณฑ์ระบุเพิ่มเติมว่า การคำนวณระยะเวลาจำคุกเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 ซึ่งกำหนดให้นับวันเริ่มจำคุกรวมเป็น 1 วันเต็ม หากกำหนดเป็นเดือนให้นับ 30 วันเป็น 1 เดือน และหากกำหนดเป็นปีให้คำนวณตามปีปฏิทินราชการ ดังนั้น การคำนวณโทษ 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี หรือ 365 วัน จะเท่ากับ 244 วัน หรือ 8 เดือน 4 วัน ตรงกับวันที่ 10 พ.ค.69

ส่วนการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ EM นั้น จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการพิจารณาพักการลงโทษ

กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า การพิจารณาพักการลงโทษนักโทษเด็ดขาดแต่ละรายเป็นไปตามกรอบกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือดำเนินการนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด