“เสธ.ทบ.” เดือด! ลั่นไม่ยอมให้ “เขมร” รังแกคนไทย พร้อมใช้กำลังตอบโต้หากก่อกวนชายแดน
เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา หลังมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนกำลังเข้าประชิดแนวลวดหนามในพื้นที่ที่มีการจัดวางแนวควบคุมไว้ จนทำให้ฝ่ายไทยต้องใช้มาตรการเตือนเพื่อป้องกันเหตุบานปลาย
พลเอกชัยพฤกษ์ระบุว่า ตามข้อตกลงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 พื้นที่ดังกล่าวต้องอยู่ในจุดที่กำหนดไว้เดิม แต่ฝ่ายกัมพูชามีการเคลื่อนกำลังเข้ามาในพื้นที่ที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง จึงถือเป็นการละเมิดและจำเป็นต้องมีการแจ้งเตือนตามขั้นตอน โดยยืนยันว่าฝ่ายไทยมีแนวทางการใช้กำลังรองรับสถานการณ์ไว้อย่างชัดเจนและเป็นระบบ
ทั้งนี้ พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กำชับนโยบายให้ทุกหน่วยปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หากมีการละเมิดข้อตกลงจากฝ่ายกัมพูชาในประเด็นใดก็ตาม ไทยจะดำเนินการตอบโต้ตามแนวทางที่กำหนดไว้โดยไม่ละเว้น พร้อมย้ำว่าทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การควบคุมเพื่อหลีกเลี่ยงการบานปลาย
พลเอกชัยพฤกษ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ฝ่ายกัมพูชาจะเชิญผู้สังเกตการณ์อาเซียนลงพื้นที่ แต่ฝ่ายไทยก็มีมาตรการรับมือและแนวทางการปฏิบัติของตนเองอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน และป้องกันไม่ให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความตื่นตระหนก
พร้อมย้ำชัดว่า กองทัพจะไม่ยอมให้เกิดการรบกวนหรือก่อกวนที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนไทยในพื้นที่ชายแดนโดยเด็ดขาด และยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเหมาะสมหากมีการละเมิดเกิดขึ้นอีก
เมื่อถูกถามถึงผลกระทบต่อความไว้วางใจและความร่วมมือในอนาคต พลเอกชัยพฤกษ์กล่าวว่า ในระดับนโยบาย ทั้งฝ่ายรัฐบาลและกองทัพมีการหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และมีจุดยืนชัดเจนว่าไม่ควรมีการกระทำที่ละเมิดข้อตกลง หากเกิดขึ้นจริง ฝ่ายไทยจะไม่อยู่เฉยและพร้อมดำเนินการตามแนวทางที่วางไว้
ส่วนกรณีพื้นที่ปราสาทตาควายที่มีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการบูรณะ พลเอกชัยพฤกษ์ระบุว่าไม่มีปัญหา พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลพื้นที่ของตนเองอย่างเต็มที่ และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในความพร้อมของกองทัพในการดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน

