“นายกฯ” เคาะ 6 มาตรการสกัดยาเสพติดข้ามชาติ ฟันวินัยร้ายแรง “ลูกเรือ” รับหิ้ว-รับฝากของ

“นายกฯ” เคาะ 6 มาตรการสกัดยาเสพติดข้ามชาติ ฟันวินัยร้ายแรง “ลูกเรือ” รับหิ้ว-รับฝากของ
  • Published3 กรกฎาคม 2026

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ย้ำถึงสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยมีแหล่งผลิตสำคัญจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะยาบ้าและไอซ์ ส่งผลให้เกิดขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนเข้าสู่ประเทศไทย ก่อนพักคอยในพื้นที่ตอนใน และใช้ระบบโลจิสติกส์ในการกระจายต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จนแพร่ระบาดเข้าสู่หมู่บ้านและชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงสูง ขณะเดียวกัน ผู้มีอาการทางจิตเวชจากการใช้ยาเสพติดยังสร้างผลกระทบต่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในชุมชนเป็นจำนวนมาก

นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยาน และหน่วยงานด้านความมั่นคง บูรณาการการทำงานร่วมกัน พร้อมเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติด รวมถึงเน้นย้ำกรณีคดีแอร์สาวสายการบินไทย ให้ดำเนินคดีอย่างรัดกุม รอบคอบ และรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน พร้อมประสานส่งสำนวนให้ทางการออสเตรเลียดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากคดีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและสายการบินอย่างมาก

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบมาตรการสำคัญในการควบคุมและสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดถูกลำเลียงออกไปยังต่างประเทศ โดยแบ่งเป็น 6 มาตรการหลัก ได้แก่ 1. การท่าอากาศยานร่วมกับกรมศุลกากรและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสัมภาระผู้โดยสารและสินค้าขาออก ด้วยเครื่องเอกซเรย์และสุนัขดมกลิ่น K9 2. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสัมภาระของลูกเรืออย่างจริงจัง 3. สถาบันการบินพลเรือน การบินไทย และสายการบินต่าง ๆ ออกกฎระเบียบเข้มงวด ห้ามลูกเรือรับหิ้วหรือรับฝากสิ่งของ หากฝ่าฝืนให้ดำเนินวินัยร้ายแรงและอาจเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

เห็นชอบให้กรมศุลกากรจัดทำร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี จัดตั้งหน่วยข้อมูลผู้โดยสาร (Passenger Information Unit : PIU) เพื่อยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้โดยสารระหว่างประเทศ (Passenger Name Record : PNR) 5. สถาบันการบินพลเรือนยกระดับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการตรวจสอบสัมภาระผู้โดยสารและลูกเรือ และ 6. เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกรมศุลกากร การท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลด้านความมั่นคง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการ “ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการเชื่อมโยงกันทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ การยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ การเสริมความมั่นคงชายแดน การปราบปรามเครือข่ายค้ายาและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง การลดผลกระทบต่อประชาชน การแก้ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด การดำเนินนโยบาย 1 อำเภอ 10 บำบัด และการสร้างสังคมปลอดภัยอย่างยั่งยืน