DSI จับแอดมินกลุ่มลับค้าสื่อลามกเด็กออนไลน์ พบเหยื่อกว่า 300 ราย ทั้ง “ไทย-ต่างชาติ” เร่งขยายผล
วันที่ 9 ก.ค. 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะความผิดที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยมอบหมายให้นายยศสันธ์ เรืองสรรงามสิริ รองผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 119/2568 นำเจ้าหน้าที่จากกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว และกองเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิ Destiny Rescue, The Scientia Program และองค์กร OUR RESCUE รวมถึงสุนัขตำรวจ K9 ลงพื้นที่ปฏิบัติการ
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากมูลนิธิ Destiny Rescue และ The Scientia Program ได้ประสานขอความช่วยเหลือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังพบข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายที่มีพฤติการณ์เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบและช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศบนโลกออนไลน์
จากการสืบสวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยส่วนละเมิดทางเพศเด็ก กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พบว่า มีกลุ่มผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เปิดกลุ่มลับเพื่อเผยแพร่และจำหน่ายภาพ รวมถึงคลิปวิดีโอสื่อลามกอนาจารเด็ก ให้กับสมาชิกทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อีกทั้งยังพบลักษณะเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย
โดยคดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับคดีพิเศษที่ 37/2566 ซึ่งเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2566 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาเป็นชายไทย อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี โดยศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุกจำเลยเป็นเวลา 8 ปี
ต่อมา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ขยายผลการสืบสวนด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคโนโลยีเชิงลึก จนพบผู้ต้องหารายใหม่เป็นชายไทย ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้ดูแลระบบ หรือแอดมิน กลุ่มหลักชื่อ “Sex Boy” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เผยแพร่และจำหน่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยพบว่ามีสมาชิกผู้ซื้อบริการในกลุ่มมากกว่า 1,000 ราย
ต่อมาในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ส่วนละเมิดทางเพศเด็ก กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมจับกุมนายประพจ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 3597/2569 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2569
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เป็นภาพและคลิปวิดีโอสื่อลามกอนาจารเด็ก รวมกว่า 5,000 ไฟล์ โดยส่วนใหญ่เป็นคลิปวิดีโอ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพยานหลักฐานยังพบว่า สมาชิกในกลุ่มผู้ซื้อบริการมีจำนวนมาก และมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการรับชำระค่าสมาชิกจากผู้ซื้อบริการ รวมถึงพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการแสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์จากการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ซึ่งก่อให้เกิดรายได้รวมหลายแสนบาท
สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหา พบว่าเป็นผู้ดูแลระบบและผู้จำหน่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณาหาผู้ซื้อ เมื่อได้รับชำระเงินแล้ว จะเพิ่มสมาชิกเข้าสู่กลุ่มลับเพื่อให้เข้าถึงเนื้อหาผิดกฎหมาย ก่อนลบสมาชิกออกภายหลัง
จากการประเมินเบื้องต้น พบว่ามีเด็กและเยาวชนตกเป็นผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 300 คน ทั้งเด็กชาวไทยและเด็กจากหลายประเทศ โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาในความผิดเกี่ยวกับการครอบครอง ผลิต จำหน่าย เผยแพร่ และแสวงหาประโยชน์จากสื่อลามกอนาจารเด็ก รวมถึงความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และเผยแพร่ข้อมูลลามกอนาจาร
ทั้งนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พร้อมยื่นคำร้องขอฝากขัง และคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว
กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่า จะเร่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อระบุตัวตนเด็กผู้เสียหายที่ปรากฏในภาพและคลิป พร้อมให้ความช่วยเหลือและเยียวยาตามกระบวนการคุ้มครองเด็กอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ จะเดินหน้าขยายผลการสืบสวนไปยังผู้ร่วมขบวนการ ผู้ซื้อ ผู้จำหน่าย และผู้เกี่ยวข้องทุกราย พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยไม่มีการละเว้นผู้กระทำผิดรายใด.

