ดีเดย์ลงถนน 10 ก.ย.นี้ “สนธิ” แถลงอ้างรัฐบาลล้มเหลว “ฮั้ว สว.-ทุจริตสอบท้องถิ่น”
ที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ก.ย.69 นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และ นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” ร่วมกันแถลงข่าวประกาศจุดยืน “ทวงคืนประเทศไทย” โดยกล่าวถึงเส้นทางการต่อสู้ทางการเมืองในอดีต ภาพรวมความเชื่อมโยงของกลุ่มทุนการเมือง ตลอดจนปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย
นายสนธิ เปิดเผยว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 21 ปีที่แล้ว ตนเคยนั่งอยู่ที่ห้องประชุมแห่งนี้ และประกาศตัวนำมวลชนลุกขึ้นต่อสู้กับระบอบทักษิณ จนนำไปสู่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และการทำรัฐประหารในเวลาต่อมา จากนั้นการเมืองไทยได้ผ่านยุคสมัยมาหลากหลายรูปแบบ ทั้งยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุคพรรคเพื่อไทย รวมถึงยุคที่พรรคก้าวไกลได้รับความนิยม และมวลชนเคยร่วมกันต่อต้าน จนกระทั่งปัจจุบันการเมืองได้ก้าวมาสู่ยุคของพรรคภูมิใจไทย
นายสนธิ ตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามต่อสังคมว่า เหตุใดผู้ที่เคยร่วมกันปฏิบัติการและต่อต้านระบอบทักษิณ รวมถึงผู้ที่เคยร่วมต่อต้านพรรคก้าวไกล กลับหันมาสนับสนุนและเห็นด้วยกับการกระทำของพรรคภูมิใจไทย ทั้งที่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีพฤติกรรมแตกต่างไปจากระบอบทักษิณ และอาจมีความร้ายแรงกว่า
พร้อมระบุว่า เครือข่ายนักการเมืองและกลุ่มทุนต่างๆ ล้วนมีความเกี่ยวโยงและรู้จักกันเป็นเครือข่ายเดียวกัน โดยพรรคภูมิใจไทยอาศัยความฉลาดและเจ้าเล่ห์ในการชูจุดยืนปกป้องสถาบันกษัตริย์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือดึงดูดคะแนนเสียงและสร้างความเข้าใจให้ประชาชนคิดว่า หากไม่เลือกพรรคภูมิใจไทยแล้วสถาบันจะเป็นอันตราย ก่อนอาศัยระบบบ้านใหญ่และใช้เงินทุนในการรวบรวม สส. เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศ
ในการแถลงข่าวยังมีการกล่าวถึงปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาของรัฐบาลชุดนี้ โดยระบุว่า สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในทุกหัวระแหง และไม่สามารถตอบคำถามต่อสังคมในประเด็นสำคัญต่างๆ ได้ เช่น ปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชัน กรณีการกักตุนน้ำมันที่ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างแท้จริง โครงการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่มีวงเงินหมุนเวียนหลัก 4,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งมีเอกสารหลักฐานปรากฏชื่อผู้มีอำนาจระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการยกเลิกการประมูลเดิมและเปลี่ยนผ่านการจัดสอบ การตรวจสอบการสร้างสนามบินขนอม รวมถึงกระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้ง สว. ที่มีคณะกรรมการของ DSI ตรวจพบพยานหลักฐาน คลิปวิดีโอ และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยระดับสูง แต่กลับมีการโยกย้ายข้าราชการและตั้งกรรมการสอบสวนวินัยเจ้าหน้าที่ DSI ที่ทำคดี
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงปัญหาข้อพิพาทและที่ดิน กรณีปัญหาที่ดินเขากระโดง ซึ่งแม้ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาเด็ดขาดแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐ แต่กลับไม่มีการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยกระทรวงมหาดไทยถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาความไม่มีศีลธรรมและการบิดเบือนข้อเท็จจริง รวมถึงปัญหาอธิปไตยของชาติและทุนสีเทา การปกป้องอธิปไตยในพื้นที่พิพาท เช่น กรณีบ้านหนองจานที่ต้องอาศัยกำลังทหารในการรักษาพื้นที่ ตลอดจนปัญหาการปล่อยปละละเลยให้ชาวต่างชาติจากหลากหลายประเทศเข้ามาแสวงหาประโยชน์ในประเทศไทยผ่านนอมินีและธุรกิจสีเทา ทั้งชาวยิว จีน เมียนมา กัมพูชา รัสเซีย และอินเดีย รวมถึงปัญหามาตรการวีซ่าฟรีและการควบคุมดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้พลังงานและน้ำจำนวนมากในชุมชน
นายสนธิ ประกาศกร้าวว่า ตนและเครือข่ายจะเดินหน้าลุกขึ้นมาทวงคืนประเทศไทย โดยในวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. เวลา 09.30 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือและอ่านแถลงการณ์ที่สถานทูตอิสราเอล ถนนสุขุมวิท จากนั้นจะเริ่มเดินทางลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในภูมิภาคต่างๆ ทั้งภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและรวบรวมพลังประชาชนที่ต้องการเห็นรัฐบาลที่มีศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ และมีความกล้าหาญ พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองและการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยขอให้ประชาชนร่วมกันติดตามและจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
ช่วงท้าย เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการฝากข้อความไปถึงนายกรัฐมนตรี นายสนธิ กล่าวว่า “ปล่อยไปเหอะ ไม่ว่าอะไร อยากพูดไรก็พูดไป ไม่ต้องฝาก ขอให้สูดหายใจเข้าไปลึกๆ” พร้อมทั้งฝากถึงประชาชนที่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ของตนว่า ให้ออกมาแสดงพลังให้มากขึ้น

