“วงการสงฆ์” ฉาวอีก! บุกรวบ “หลวงพ่ออติโชติ” เจ้าอาวาสวัดดังอยุธยา ปมยักยอกเงิน 92 ล้าน โอนให้สีกาคนสนิท

“วงการสงฆ์” ฉาวอีก! บุกรวบ “หลวงพ่ออติโชติ” เจ้าอาวาสวัดดังอยุธยา ปมยักยอกเงิน 92 ล้าน โอนให้สีกาคนสนิท
  • Published10 กันยายน 2026

เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมเดช สารบรรณ รอง ผกก.1 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม พระวชิรญาณวิศิษฏ์ (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือ”หลวงพ่ออติโชติ” เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย. 2569

เบื้องต้นถูกกล่าวหาในความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน หลังแนวทางการสืบสวนพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการเบียดบังเงินของวัดไปเป็นของตนเอง ก่อนมีการมอบเงินให้สีกาคนสนิทและนำไปแปลงสภาพ โดยมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 92 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมพระวชิรญาณ วิ. ได้ที่กุฎิภายในวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง หลังตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับพฤติกรรมของพระรูปดังกล่าว จึงเริ่มสืบสวนรวบรวมข้อมูลในทางลับ กระทั่งพบข้อมูลที่สอดคล้องกับข้อร้องเรียน จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า ในช่วงระยะเวลากว่า 2 ปี มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบมากกว่า 20 รายการ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 92 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานและเข้าตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ก่อนติดตามเข้าจับกุมพระวชิรญาณ วิ. ตามหมายจับดังกล่าว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในกุฎิ โดยมีรายงานว่าพบภาพพระวชิรญาณ วิ. อยู่กับสีกาคนสนิทในลักษณะใกล้ชิดและมีพฤติกรรมที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานในคดีหรือไม่

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าตรวจค้นและตรวจสอบพื้นที่ภายในกุฎิ เพื่อค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่อาจเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน เอกสาร และทรัพย์สิน รวมถึงข้อมูลอื่นที่อาจนำไปประกอบสำนวนคดี

เบื้องต้นภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวพระวชิรญาณ วิ. หรือหลวงพ่ออติโชติ มาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน รวมถึงบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป