ด่วน! พบชิ้นส่วนมนุษย์บนเรือ มยุรี นารี เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ 3 ลูกเรือไทย สังเวยช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้มีการแถลงต่อสื่อมวลชนไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ถึงความคืบหน้ากรณีของลูกเรือชาวไทยจำนวน 3 คน บนเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทยชื่อ มยุรี นารี ซึ่งประสบเหตุร้ายแรงขณะกำลังแล่นผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยทางกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการติดตามสถานการณ์และแจ้งข้อมูลล่าสุดให้แก่สื่อมวลชนรวมถึงพี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศขอเรียนชี้แจงถึงพัฒนาการสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยในวันนี้ (3 เมษายน 2569) ทางกระทรวงได้รับแจ้งประสานงานจากบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของเรือ มยุรี นารี ว่าทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการค้นหาและกู้ภัยที่ทางบริษัทได้ว่าจ้างมานั้น ได้เดินทางขึ้นไปบนเรือเพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาลูกเรือไทยทั้ง 3 คนเป็นครั้งที่ 2 โดยทีมกู้ภัยได้ดำเนินการตรวจค้นทุกพื้นที่บนเรือที่สามารถเข้าถึงได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุดเท่าที่สภาพการณ์จริงจะเอื้ออำนวย เนื่องจากตัวเรือได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุเพลิงไหม้ อีกทั้งยังมีมวลน้ำท่วมขังอยู่ภายในห้องเครื่องและพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งจากการปูพรมค้นหาในครั้งนี้ ทีมกู้ภัยได้ตรวจพบชิ้นส่วนร่างกายของมนุษย์บางส่วนติดค้างอยู่ในบริเวณจุดที่เรือได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนหรือพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้ว่าเป็นใคร ซึ่งทางบริษัทเจ้าของเรือได้ดำเนินการแจ้งข้อมูลความคืบหน้าเบื้องต้นให้แก่ครอบครัวของลูกเรือทั้ง 3 คนได้รับทราบเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อรายงานความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และยืนยันว่าจะดำเนินการประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายอิหร่านและหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิดที่สุด เพื่อเร่งกระบวนการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลให้ทราบผลโดยเร็วที่สุด โดยหากมีความคืบหน้าประการใดทางกระทรวงจะรีบแจ้งให้ทราบต่อไป นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งหันกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาและใช้ช่องทางทางการทูตโดยเร็วที่สุด เพื่อยุติสถานการณ์ความตึงเครียดตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญสูงสุดแก่ความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมถึงความปลอดภัยในการเดินเรือสินค้าผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

