“ปธน.เกาหลีใต้” โทรยินดี “อนุทิน” นั่งนายกฯ หนุน CEPA ปราบสแกมเมอร์ ขยายท่องเที่ยว

“ปธน.เกาหลีใต้” โทรยินดี “อนุทิน” นั่งนายกฯ หนุน CEPA ปราบสแกมเมอร์ ขยายท่องเที่ยว
  • Published7 เมษายน 2026

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือทางโทรศัพท์กับ นายอี แจ มยอง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยผู้นำเกาหลีใต้ได้แสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน พร้อมย้ำความสำคัญของประเทศไทยในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิด และยืนยันความมุ่งมั่นในการสานต่อความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน

ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นสำคัญหลายด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจและการค้า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-เกาหลีใต้ (CEPA) เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน รวมถึงช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน โดยฝ่ายไทยคาดหวังว่าจะสามารถสรุปการเจรจาได้โดยเร็ว

ด้านการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภายใต้โครงการ Thailand-Korea Breaking Chains ในการปราบปรามขบวนการหลอกลวงออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ ซึ่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้ขอบคุณไทยที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนเกาหลีใต้จากประเทศเพื่อนบ้านให้สามารถเดินทางกลับประเทศได้แล้วหลายราย พร้อมทั้งเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านการฝึกอบรมและการใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์

ด้านความสัมพันธ์ระดับประชาชนและวัฒนธรรม ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของประชาชนทั้งสองประเทศที่ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในมิติด้านวัฒนธรรมและดนตรี ซึ่งได้รับความนิยมร่วมกันอย่างกว้างขวาง สะท้อนถึงสายสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั้งด้านการท่องเที่ยว ภาพยนตร์ และความบันเทิง

ด้านการส่งเสริมสันติภาพ นายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่า ประเทศไทยสนับสนุนความพยายามของเกาหลีใต้ในการสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี และหวังว่าจะเห็นพัฒนาการเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงท้ายของการหารือ นายกรัฐมนตรีได้เชิญประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีใต้เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสแรก โดยเฉพาะการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการลงนามความตกลง CEPA และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น