“สีหศักดิ์” เผยข่าวเศร้า ลูกเรือมยุรีนารีเสียชีวิต 3 ราย ลุ้นเปิดทางเรือไทยผ่านฮอร์มุซ

“สีหศักดิ์” เผยข่าวเศร้า ลูกเรือมยุรีนารีเสียชีวิต 3 ราย ลุ้นเปิดทางเรือไทยผ่านฮอร์มุซ
  • Published8 เมษายน 2026

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศโอมาน ระหว่างวันที่ 15-16 เม.ย.นี้ ตามคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

การเดินทางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อขอบคุณรัฐบาลโอมาน ที่ได้ให้ความช่วยเหลือลูกเรือ “มยุรีนารี” ทั้ง 20 คน จากเหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตี จนสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม มีรายงานที่น่าเศร้าว่า ลูกเรืออีก 3 คน ที่ยังติดค้างอยู่บนเรือดังกล่าว ได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยนายสีหศักดิ์ได้แสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิต

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ประเด็นสำคัญในขณะนี้คือ การติดตามความคืบหน้าการหารือระหว่างโอมานกับอิหร่าน เพื่อร่วมกันบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้มีความปลอดภัย และรักษาเสถียรภาพของเส้นทางเดินเรือ ซึ่งถือเป็นเส้นทางสำคัญของโลก โดยประเทศไทยหวังว่าการเจรจาจะประสบผลสำเร็จ โดยเฉพาะในช่วงเวลาหยุดยิง 2 สัปดาห์ ที่น่าจะเปิดโอกาสให้เรือที่ยังตกค้างสามารถผ่านช่องแคบได้

สำหรับสถานการณ์เรือไทยในปัจจุบัน พบว่ามีเรือที่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับถึงประเทศไทยแล้ว 1 ลำ คือเรือของบางจาก ขณะที่ยังมีเรือไทยอีก 9 ลำ ที่อยู่ระหว่างรอสัญญาณอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว โดยหนึ่งในนั้นเป็นเรือบรรทุกปุ๋ย ซึ่งมีความสำคัญต่อภาคการเกษตรของประเทศ เนื่องจากประเทศไทยจำเป็นต้องสำรองปุ๋ยให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตในภาคเกษตรกรรม

นายสีหศักดิ์ระบุว่า เป้าหมายสำคัญในช่วง 2 สัปดาห์นี้ คือการผลักดันให้เรือไทยทั้ง 9 ลำ สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย โดยที่ผ่านมาโอมานได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงาน ลดความตึงเครียด และไกล่เกลี่ยความขัดแย้งมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง จึงขอให้คนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และมีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตในประเทศนั้น ๆ โดยเร็ว หากมีปัญหาด้านค่าใช้จ่าย รัฐบาลสามารถให้ความช่วยเหลือผ่านกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนไทยในการเดินทางกลับประเทศได้

นอกจากนี้ ในวันที่ 13 เม.ย. 2569 จะมีการประชุมพิเศษของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เพื่อติดตามสถานการณ์ล่าสุด และหารือแนวทางนำไปสู่สันติภาพในภูมิภาค โดยคาดว่าอาเซียนจะมีท่าทีร่วมกันในการสนับสนุนให้ทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเจรจาอย่างจริงจัง เนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้สร้างความสูญเสียเป็นวงกว้าง

ในด้านความมั่นคงทางพลังงาน นายสีหศักดิ์ระบุว่า จำเป็นต้องพิจารณาความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งในอาเซียนและประเทศคู่เจรจาที่เป็นผู้ผลิตพลังงาน เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งด้านความมั่นคงและความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ไทยและหลายประเทศมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวก และหวังว่าช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาที่นำไปสู่การหยุดยิงอย่างถาวร และสร้างสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะในอิหร่านและประเทศในภูมิภาค อีกทั้งยังส่งผลกระทบไปยังประเทศอื่นทั่วโลก โดยเฉพาะด้านราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและมีความผันผวน ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบดังกล่าวเช่นเดียวกัน

นายสีหศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องการเห็นข้อตกลงหยุดยิงในช่วง 2 สัปดาห์นี้ พัฒนาไปสู่การหยุดยิงที่ยั่งยืน และเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสันติภาพ จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเข้าสู่โต๊ะเจรจาด้วยความจริงจังและจริงใจ