สะเทือนวงการยานยนต์! สื่อนอกตีข่าว “กลุ่มไทยซัมมิท” เล็งขายกิจการ มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์
เมื่อวันที่ 5 ก.พ.69 สื่อต่างประเทศรายงานข่าวใหญ่สะเทือนวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ เมื่อ Bloomberg อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า Thai Summit Group ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของเอเชีย กำลังพิจารณาทางเลือกในการขายกิจการ ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 64,000 ล้านบาท
รายงานระบุว่า ธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลกหลายแห่งได้ยื่นข้อเสนอใหม่ให้แก่ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ เพื่อพิจารณาขายธุรกิจ โดยประเมินมูลค่ากิจการไว้ในช่วง 1.5-2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ การยื่นข้อเสนอเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งอาจเพิ่มความซับซ้อนให้กับกระบวนการพิจารณาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวย้ำว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอย่างเป็นทางการ และการหารือยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ซึ่งอาจไม่ได้นำไปสู่ข้อตกลงซื้อขายจริงในท้ายที่สุด
รายงานยังระบุด้วยว่า ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งสร้างอาณาจักรไทยซัมมิทจนกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมานานหลายทศวรรษ กำลังเผชิญความท้าทายด้านการสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากนายพัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งที่ถึงแก่อสัญกรรมในปี 2545 โดยก่อนหน้านี้ในปี 2567 ธนาคารจากวอลล์สตรีทแห่งหนึ่งเคยประเมินมูลค่าการขายกิจการของไทยซัมมิทไว้สูงถึง 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่การเจรจาไม่คืบหน้า เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างกันภายในครอบครัว
ขณะเดียวกัน การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กลายเป็นอีกปัจจัยกดดันต่ออัตรากำไร และคาดว่าจะส่งผลต่อการประเมินมูลค่าธุรกิจในอนาคต โดยปัจจุบันไทยซัมมิทมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) มากกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรายได้ต่อปีที่สูงกว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีพนักงานมากกว่า 20,000 คนทั่วประเทศ และมีโรงงานตั้งอยู่ในหลายประเทศ อาทิ จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์ทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปี โดยมีรถยนต์ไฟฟ้าเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ครองสัดส่วนประมาณ 45% ของยอดส่งมอบรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่ข้อมูลจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่ายอดการผลิตรถยนต์ในปี 2569 จะอยู่ที่ราว 1.5 ล้านคัน ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า

