บุกรวบ “บอสตวน” เจ้าพ่อเหรียญปลอมตุ๋นคริปโต 4.5 พันล้าน หนีซุกไทย

บุกรวบ “บอสตวน” เจ้าพ่อเหรียญปลอมตุ๋นคริปโต 4.5 พันล้าน หนีซุกไทย
  • Published19 กุมภาพันธ์ 2026

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (บก.ตม.3) โดยชุดสืบสวน กองกำกับการสืบสวนสอบสวน บก.ตม.3 เปิดเผยผลปฏิบัติการจับกุมครั้งสำคัญ ภายหลังได้รับคำสั่งตามนโยบายกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติของ “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ให้เร่งติดตามจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งกบดาน โดย พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดปฏิบัติการ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.กก.สส.บก.ตม.3 และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ลงพื้นที่ติดตามกดดันอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับข้อมูลเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับผู้ต้องหารายนี้

พ.ต.อ.สุริยะ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาคือเจ้าพ่อคริปโตชาวจีนที่ใช้ชื่อ “บอสตวน” หรือ ตวน เจียนเล่ย ซึ่งเป็นที่รู้จักในประเทศจีนตั้งแต่ปี 2567 ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีปลอมชื่อ “BHE Exchange” พร้อมออกเหรียญดิจิทัลปลอมในชื่อ “DDO” หลอกลวงนักลงทุนด้วยการเสนอผลตอบแทนรายปีสูงถึง 6% และปล่อยข่าวว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ได้ถึง 20 เท่าภายในระยะเวลา 10 ปี นอกจากนี้ยังสร้างกราฟแสดงการเติบโตของราคาปลอม เพื่อให้ดูเหมือนว่ามูลค่าเหรียญปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากหลงเชื่อ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะปิดแอปพลิเคชันและเชิดเงินหลบหนีออกนอกประเทศ มีผู้เสียหายกว่า 20,000 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.5 พันล้านบาท กระทั่งรัฐบาลจีนได้อนุมัติหมายจับในข้อหาฉ้อโกง

หลังจากก่อเหตุ นายตวน เจียนเล่ย ได้หลบหนีออกจากประเทศจีนและเดินทางเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2567 โดยมีการเปลี่ยนที่พักหลายแห่งและใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตาม ทำให้การสืบสวนจับกุมเป็นไปอย่างยากลำบาก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทุ่มเทแกะรอยและวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ติดตามพฤติกรรมและเส้นทางการเคลื่อนไหวของผู้ต้องหานานกว่า 1 เดือน จนสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนอยู่ภายในหมู่บ้านหรูย่านบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและจับกุมตัวได้สำเร็จ พร้อมแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว หรือเพิกถอนวีซ่า เนื่องจากเข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายคนเข้าเมือง ก่อนนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวและดำเนินขั้นตอนส่งกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป