“คมนาคม” สั่งตรึงค่าโดยสารทั่วประเทศ ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาช่วงวิกฤตพลังงาน

“คมนาคม” สั่งตรึงค่าโดยสารทั่วประเทศ ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาช่วงวิกฤตพลังงาน
  • Published6 มีนาคม 2026

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท เพื่อไม่ให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารหรือค่าขนส่งสินค้าเกินกว่ากรอบที่กฎหมายกำหนด และขอความร่วมมือผู้ให้บริการตรึงอัตราค่าโดยสารในช่วงที่รัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก กรมราง กรมเจ้าท่า และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เร่งดำเนินมาตรการกำกับดูแลในแต่ละระบบการขนส่งอย่างใกล้ชิด

สำหรับการขนส่งทางบก ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและกวดขันรถโดยสารประจำทาง รถสาธารณะ และรถรับจ้างทุกประเภท ให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาค่าโดยสาร

ในส่วนของการขนส่งทางน้ำ ให้ตรวจสอบผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้า ไม่ให้เรียกเก็บค่าบริการเกินอัตราที่กำหนด พร้อมติดตามค่าระวางสินค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อระบบขนส่งของประเทศ

ด้านการขนส่งทางอากาศ ให้กำกับดูแลสายการบินในการกำหนดค่าโดยสารและค่าขนส่งสินค้าให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณามาตรการตรึงค่าโดยสารในช่วงที่สถานการณ์พลังงานมีความผันผวน

ขณะที่การขนส่งทางราง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะรถจักรที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล เพื่อเตรียมแนวทางบริหารจัดการความเสี่ยงล่วงหน้า หากสถานการณ์พลังงานมีความผันผวนต่อเนื่อง

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานในภาคการขนส่ง และรายงานสถานการณ์ต่อศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยด้านการคมนาคม (ศผส.คค.) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อการให้บริการสาธารณะ รวมถึงศึกษามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งของประเทศ

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนเป็นอันดับแรก กระทรวงคมนาคมจะกำกับดูแลไม่ให้เกิดการขึ้นค่าโดยสารเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะยังคงสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม” นายพิพัฒน์ กล่าว