“กรณ์” แฉพิรุธ! “น้ำมันหาย” เดินเครื่องกลั่น 104% แต่ปั๊มแห้ง จี้รัฐแจง “ไอ้โม่ง” กักตุน เตรียมลากไส้ในสภา 25 มี.ค.นี้
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 เวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวตั้งข้อสังเกตต่อสถานการณ์พลังงานในประเทศ โดยระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลและลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ พบว่าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ปริมาณน้ำมันที่ถูกส่งไปยังปั๊มอยู่ในระดับต่ำกว่าความต้องการจริงอย่างมีนัยสำคัญ โดยบางแห่งได้รับน้ำมันเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของความต้องการ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการเติมน้ำมันสำหรับการใช้งาน
นายกรณ์ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องมีคำอธิบายจากภาครัฐโดยเร็ว เนื่องจากก่อนหน้านี้รัฐบาลยืนยันว่าปริมาณน้ำมันภายในประเทศมีเพียงพอ และยังมีการสั่งการให้โรงกลั่นเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นถึงระดับ 104% ขณะเดียวกันเมื่อตรวจสอบตัวเลขการส่งออกน้ำมันกลับพบว่าลดลงอย่างมาก จากเดิมประมาณ 200,000 ลิตรต่อวัน เหลือเพียงราว 50,000 ลิตรต่อวัน จึงเกิดคำถามว่าน้ำมันส่วนที่ควรจะมีในระบบหายไปอยู่ที่ใด แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันที่ระบุว่า คลังน้ำมันส่งน้ำมันให้ต่ำกว่าระดับปกติอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดภาวะน้ำมันไม่เพียงพอในหลายพื้นที่ นายกรณ์จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นเรื่องที่สามารถตรวจสอบเส้นทางการไหลของน้ำมันได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง หากมีข้อมูลที่ชัดเจนก็ควรสื่อสารต่อสาธารณะเพื่อสร้างความเข้าใจ
นายกรณ์ยังกล่าวถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจว่า การปรับตัวของราคาน้ำมันย่อมส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ซึ่งจะกระทบต่อราคาสินค้าในภาพรวม รัฐบาลจึงต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าเกินความจำเป็น พร้อมทั้งต้องติดตามว่าสินค้าประเภทใดมีแนวโน้มจะปรับราคา เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนพลังงาน เช่น ปุ๋ยเคมี พลาสติก และสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ
กรณีที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มีการประกาศควบคุมราคาสินค้าบางรายการ เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน และสบู่ นายกรณ์ตั้งข้อสังเกตว่า ยังทำให้เกิดคำถามในสังคมว่ามาตรการดังกล่าวตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริงหรือไม่ ขณะที่สินค้าจำเป็นบางประเภท เช่น ก๊าซหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี และยารักษาโรค กลับยังไม่มีแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจน ทั้งที่บางรายการเริ่มมีสัญญาณขาดแคลน
เมื่อถูกถามถึงกรณีผู้ประกอบการยื่นขอปรับขึ้นราคาสินค้า นายกรณ์ระบุว่า หน่วยงานรัฐมีหน้าที่พิจารณาว่าคำขอดังกล่าวสมเหตุสมผลหรือไม่ โดยต้องเปรียบเทียบกับต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งต้นทุนด้านพลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้นจริง แต่การกำกับดูแลต้องไม่ปล่อยให้มีการปรับราคาสูงเกินสภาพความเป็นจริงของตลาด
ส่วนประเด็นที่มีการตั้งคำถามว่าน้ำมันถูกส่งให้สถานีบริการเพียงครึ่งหนึ่งสามารถตรวจสอบได้หรือไม่นั้น นายกรณ์ยืนยันว่าสามารถตรวจสอบได้ และเป็นสิ่งที่ควรตรวจสอบอย่างโปร่งใส เพราะข้อมูลในระบบสามารถติดตามได้ตั้งแต่แหล่งผลิต โรงกลั่น ไปจนถึงการกระจายสินค้าไปยังคลังและสถานีบริการ จึงไม่ควรเกิดข้อสงสัยในลักษณะนี้หากมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน
นายกรณ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของข้อมูล โดยระบุว่า การผลิตน้ำมันในประเทศยังดำเนินการเต็มกำลัง มีทั้งน้ำมันดิบและการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่การส่งออกลดลง แต่กลับเกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนในบางพื้นที่ จึงยิ่งทำให้เกิดคำถามว่าน้ำมันไปอยู่ในส่วนใดของระบบ พร้อมทั้งชี้ว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจนจากหน่วยงานหลัก เช่น กระทรวงพลังงาน หรือบริษัท ปตท.
เมื่อถูกถามถึงข้อสงสัยเรื่องการกักตุน นายกรณ์ระบุว่า จากข้อมูลพบว่ามีบางพื้นที่ที่มีปัญหาการกระจายน้ำมันไม่ทั่วถึง แต่ประเด็นสำคัญคือระบบตรวจสอบและการบริหารจัดการของภาครัฐควรมีความชัดเจน สามารถติดตามน้ำมันได้ทุกขั้นตอน หากมีการปกปิดข้อมูลก็ถือเป็นสิ่งที่ต้องเร่งตรวจสอบโดยรัฐซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรง
นายกรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความบกพร่องด้านการบริหารจัดการและนโยบาย มากกว่าจะเป็นปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร พร้อมระบุว่าวิกฤตพลังงานในครั้งนี้เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นหลัก แม้จะเป็นสถานการณ์ที่เชื่อมโยงกับปัจจัยโลก แต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงการจัดการภายในประเทศ
พร้อมกันนี้ ยังเตือนว่าหากไม่มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคพลังงานไฟฟ้า รวมถึงค่าไฟในอนาคต โดยพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 มี.ค.นี้ เพื่อเปิดอภิปรายเกี่ยวกับวิกฤตพลังงาน ผลกระทบต่อประชาชน และประเด็นราคาสินค้า โดยหวังให้สภาฯ เป็นเวทีในการหาทางออกอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ นายกรณ์ยังอธิบายโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศว่า ปัจจุบันมีลักษณะ 3 ราคา ได้แก่ ราคาหน้าปั๊มที่มีการชดเชย ราคาผ่านตัวกลางที่ไม่มีการชดเชย และน้ำมันสำหรับภาคประมงที่ได้รับการยกเว้นภาษี แต่ไม่ได้รับการชดเชย โดยระบุว่านโยบายดังกล่าวต้องอาศัยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ หากระบบควบคุมไม่รัดกุมเพียงพอ อาจทำให้เกิดการซื้อขายข้ามกลุ่มจนเกิดความปั่นป่วนในตลาดได้ ซึ่งเป็นปัญหาด้านความโปร่งใสและการกำกับดูแลที่ต้องเร่งแก้ไข

