เริ่มแล้ว! “บางกอกมอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 47 ค่ายรถอัดโปรแรง เปิดตัว EV เพียบ
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” ประกาศความพร้อมการจัดงานภายใต้ธีม “THE ICONIC SYNCHRONICITY” หรือ “บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ” ที่สะท้อนการผสานอย่างลงตัวของเทคโนโลยี นวัตกรรม และงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ตอกย้ำศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงการเปลี่ยนผ่าน พร้อมบทบาทสำคัญในการเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน ในฐานะเวทีเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว
คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ผลิตยานยนต์ เทคโนโลยี และตลาดโลก เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ให้สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังก้าวสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ
จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ผู้จัดงานมองว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและมาตรการที่เหมาะสมจากภาครัฐในระดับนโยบาย อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังจำเป็นต้องยกระดับและพัฒนาศักยภาพการผลิต เพื่อรักษาบทบาทการเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค ควบคู่กับการพัฒนาทั้งรถยนต์พลังงานทางเลือกและรถยนต์สันดาปที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและความหลากหลายของตลาด
ในบริบทดังกล่าว งาน Bangkok International Motor Show จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงนวัตกรรมยานยนต์ระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างยอดขาย ขับเคลื่อนห่วงโซ่อุตสาหกรรม ส่งเสริมการจ้างงาน การท่องเที่ยว และการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยปีนี้มีบริษัทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตอบรับเข้าร่วมออกบูธแล้วรวม 45 บริษัท แบ่งเป็นรถยนต์ 37 บริษัท และรถจักรยานยนต์ 8 บริษัท พร้อมการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ครอบคลุมทั้งยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
ไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือการเข้าร่วมของกลุ่มแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ที่เพิ่งเปิดตลาดในประเทศไทย อาทิ CHERY, LEPAS, FIREFLY, FORTHING และ TESLA ซึ่งเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ผลิตระดับโลกต่อศักยภาพตลาดไทย ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังปรับกลยุทธ์ด้านราคาและเงื่อนไขทางการเงิน เพื่อเอื้อต่อการตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่เข้าถึงง่าย แคมเปญส่งเสริมการขาย หรือโปรแกรมผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น และช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในภาพรวม โดยผู้จัดงานคาดการณ์ว่าปีนี้จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ยังเป็นศูนย์กลางการผลิตคอนเทนต์ด้านยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์ลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า 3,000 คน เพื่อรายงานและสร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวรถใหม่ โปรโมชั่น และไฮไลต์ต่าง ๆ ภายในบูธถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมงานจำนวนมากไม่ได้มาเพียงเพื่อชมรถ แต่ยังมีส่วนร่วมในการสร้างคอนเทนต์ผ่านการถ่ายภาพ วิดีโอ และการแชร์ประสบการณ์บนโซเชียลมีเดีย ทำให้ข้อมูลจากภายในงานสามารถขยายการรับรู้ไปสู่ผู้ชมจำนวนมหาศาลในเวลาอันสั้น เป็นการสื่อสารแบบออร์แกนิกที่มีประสิทธิภาพสูงในยุคดิจิทัล ส่งผลให้งานนี้ไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มสื่อขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมยานยนต์ สื่อมวลชน ผู้บริโภค และโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน พร้อมสร้างทั้งยอดขาย ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า ภายในงานปีนี้ นอกจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ และอุปกรณ์ตกแต่งที่มีให้เลือกชมและเลือกซื้ออย่างครบครันแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษหลากหลายเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้เข้าชม ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย อาทิ การแข่งขันจักรยานขาไถรายการ Grand Prix Runbike Championship with RCS รวมถึงกิจกรรมฉลองครบรอบ 30 ปีของ XO Autosport ซึ่งเป็นการรวมตัวของบุคคลสำคัญในวงการรถแต่ง พร้อมกิจกรรมแจกของที่ระลึกและโชว์รถสาย JDM และรถแต่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวในบรรยากาศกลางแจ้ง โดยมีรถแต่งระดับท็อปกว่า 200 คัน แบ่งเป็นวันละ 100 คัน พร้อมการรวมตัวของคาร์คลับต่าง ๆ ณ บริเวณลาน Loading หลังอาคาร Challenger 1–3 IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 28 – 29 มีนาคม
ภายในงานยังมีการประกวดออกแบบ Chery V23 Style Up Challenge ซึ่งเป็นโครงการประกวดออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทรงกล่อง (Boxy Style) รุ่น Chery V23 เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยแสดงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ในระดับสากล โดยมีการจัดแสดงผลงานที่ผ่านการคัดเลือกในรูปแบบรถโมเดล พร้อมให้ผู้เข้าชมร่วมโหวตรางวัล Popular Vote เพื่อลุ้นรับ iPad อีกด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจทดลองขับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ทางผู้จัดได้จัดเตรียมพื้นที่ลาน Test Drive บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี เพื่อรองรับการทดลองขับรถยนต์จากหลากหลายแบรนด์ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ในงานปีนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ด้านแคมเปญส่งเสริมการขายในปีนี้ ได้แก่ “มอเตอร์โชว์…เปย์” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมลุ้นรับ Gift Voucher รวมมูลค่ากว่า 1,450,000 บาท โดยการจองรถยนต์ลุ้น Gift Voucher 100,000 บาท จำนวน 12 รางวัล และการจองรถจักรยานยนต์ลุ้น Gift Voucher 10,000 บาท จำนวน 5 รางวัล รวมถึงกิจกรรมสำหรับผู้เข้าชมงานด้วยบัตรอภินันทนาการ ลงทะเบียนลุ้น Gift Voucher 5,000 บาท จำนวน 10 รางวัล และตอบแบบสอบถามลุ้น Gift Voucher 25,000 บาท จำนวน 4 รางวัล
ผู้จัดงานมั่นใจว่า การจัดงานครั้งนี้จะมอบประสบการณ์ครบถ้วน ทั้งเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุด ข้อเสนอที่คุ้มค่า และสิทธิประโยชน์มากมาย พร้อมสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจร่วมสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และยกระดับคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี

