“คลัง” จัดชุดใหญ่! ออกมาตรการช่วยประชาชน-เอสเอ็มอี-เกษตรกร รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

“คลัง” จัดชุดใหญ่! ออกมาตรการช่วยประชาชน-เอสเอ็มอี-เกษตรกร รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
  • Published11 เมษายน 2026

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 69 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อสูง หรือภาวะเศรษฐกิจชะงักพร้อมเงินเฟ้อสูง ซึ่งอาจกระทบต่อทุกภาคส่วนในวงกว้าง

รัฐบาลได้กำหนดมาตรการสำคัญ 2 แนวทาง ได้แก่ การบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่ง และเกษตรกร ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก รวมถึงการสนับสนุนให้ประชาชนและผู้ประกอบการปรับตัวสู่การใช้พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาน้ำมัน พร้อมทั้งช่วยเหลือภาคธุรกิจและภาคการเกษตรซึ่งเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน ให้มีสภาพคล่องเพียงพอและสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนและไม่ให้ภาระตกไปถึงผู้บริโภค

คณะรัฐมนตรีมีมติให้ธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อการปรับตัวสู่ความยั่งยืนด้านพลังงาน วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนประชาชนในการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และการจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า วงเงินต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 5 ปี โดยเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570

ด้านธนาคารอาคารสงเคราะห์สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษเพื่อการประหยัดพลังงาน ประกอบด้วย สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข สำหรับซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม และติดตั้งระบบพลังงานทดแทน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 2.20 ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุด 40 ปี เปิดยื่นถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 และสินเชื่อบ้านเบอร์ 5 สำหรับบ้านที่ได้รับการรับรองจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.69 ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก รวมถึงสินเชื่อหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับลูกค้าสวัสดิการ วงเงินไม่เกิน 300,000 บาท

สำหรับภาคการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต วงเงิน 30,000 ล้านบาท สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับซื้อปัจจัยการผลิต พร้อมอบรมและพัฒนาทักษะด้านการใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และพืช โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี รัฐบาลชำระดอกเบี้ยแทนร้อยละ 3 ต่อปี หากปฏิบัติตามเงื่อนไข วงเงินต่อรายไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี

ในส่วนมาตรการภาคผู้ประกอบการ กรมบัญชีกลางได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์จัดซื้อจัดจ้าง โดยหากผู้ชนะไม่สามารถลงนามสัญญาได้ให้ถือว่ามีเหตุจำเป็น ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน และคืนหลักประกันได้ รวมถึงสามารถเจรจาหยุดงานชั่วคราวหรือยกเลิกสัญญาได้ตามความเหมาะสม พร้อมปรับกรอบราคากลางงานก่อสร้างตามราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในช่วง 51.00–69.99 บาทต่อลิตร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

สำนักงบประมาณได้เร่งรัดการโอนและปรับเปลี่ยนงบประมาณเพื่อชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ และทบทวนหลักเกณฑ์การคำนวณให้เหมาะสมกับความผันผวนของราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้าง

สำหรับเอสเอ็มอี กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารออมสินจัดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อพลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงิน 100,000 ล้านบาท สนับสนุนการปรับตัวด้านดิจิทัล เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ขณะที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยเดินหน้าโครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอุตสาหกรรมสีเขียว รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปีในช่วง 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย

ด้านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยออกมาตรการสนับสนุนผู้ส่งออกผ่านโครงการ EXIM Support Plus ให้สินเชื่อหมุนเวียนสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 4 ต่อปี พร้อมโครงการประกันความเสี่ยงการส่งออกในภาวะวิกฤตตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณพิจารณาปรับลดรายจ่ายภาครัฐ เช่น การงดเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศ และปรับเป็นการดำเนินงานภายในประเทศ รวมถึงการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานรัฐ และส่งเสริมการทำงานจากที่พักในส่วนที่ไม่กระทบการให้บริการประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดภาระด้านพลังงานของประเทศ

รัฐบาลยืนยันเดินหน้ามาตรการทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการให้สามารถลดต้นทุน ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์โลก พร้อมวางรากฐานระบบเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว