“รมว.คลัง” เดินหน้าใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน “ปฏิรูปพลังงาน-ขนส่ง-พัฒนาคน” รับวิกฤตเศรษฐกิจ

“รมว.คลัง” เดินหน้าใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน “ปฏิรูปพลังงาน-ขนส่ง-พัฒนาคน” รับวิกฤตเศรษฐกิจ
  • Published4 กรกฎาคม 2026

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.69 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ขาดพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้วิกฤตพลังงานว่า ขณะนี้ พ.ร.ก.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว และรัฐบาลได้เริ่มดำเนินการตามกรอบเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

นายเอกนิติ ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นเรื่องเร่งด่วน หากดำเนินการล่าช้าอาจทำให้ประเทศไทยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่รุนแรงขึ้นในอนาคต จึงมีความจำเป็นต้องใช้เงินตาม พ.ร.ก. เพื่อปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของประเทศ

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 10% ของ GDP ซึ่งสูงที่สุดในอาเซียน โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเกือบ 5 แสนล้านบาท สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดกรอบการใช้เงินกู้เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ส่งเสริมพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ พร้อมพัฒนาโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า (Grid) รองรับระบบซื้อขายไฟฟ้า และแนวคิด Net Metering เพื่อให้ประชาชนลดค่าไฟและขายไฟคืนได้

  1. การเปลี่ยนผ่านด้านการขนส่ง ลดการนำเข้าน้ำมันดีเซล โดยส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานทดแทน เช่น B20 และเอทานอล เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และ 3. การพัฒนาทักษะแรงงาน ยกระดับบุคลากรไทยให้พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและ EV เพื่อเพิ่มรายได้และความสามารถแข่งขันในอนาคต

นอกจากเงินกู้ตาม พ.ร.ก. รัฐบาลยังเตรียมใช้กลไกการลงทุนอื่น เช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) และกองทุนพลังงานทดแทน เพื่อสนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โซลาร์ฟาร์ม ลดการพึ่งพาการกู้เงินโดยตรงและควบคุมภาระหนี้สาธารณะ

นายเอกนิติย้ำว่า การดำเนินโครงการทั้งหมดไม่ใช่เพียงการเยียวยาระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน