“นายกฯไทย-มาเลเซีย” จับมือเชื่อมชายแดน เปิดเกมการค้า ท่องเที่ยว เร่งลงทุนครั้งใหญ่
วันนี้ (9 กรกฎาคม 2569) เวลา 13.10 น. ตามเวลาท้องถิ่นมาเลเซีย ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ณ สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กรุงกัวลาลัมเปอร์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือเต็มคณะร่วมกับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ เพื่อสร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความมั่นคง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชนทั้งสองประเทศ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้ คือการเร่งพัฒนาและเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระหว่างไทยกับมาเลเซีย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน
โดยในวันถัดไป นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศจะร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ และด่านบูกิตกายูฮิตัม ซึ่งถือเป็นจุดผ่านแดนสำคัญที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดระหว่างไทยกับมาเลเซีย
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบให้เร่งเดินหน้าโครงการความร่วมมือสำคัญหลายด้าน อาทิ การกลับมาเปิดให้บริการเดินเรือเฟอร์รี่ระหว่างจังหวัดสตูลกับเมืองกัวลาปะลิส การเชื่อมระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-บัตเตอร์เวิร์ธให้สามารถใช้ระบบเดียวกัน การฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสุไหงโก-ลก-รันเตาปันจัง รวมถึงการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ เพื่อยกระดับระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ไทยและมาเลเซียจะร่วมกันส่งเสริมการลงทุน สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น สร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน และยกระดับการท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง
ในด้านความมั่นคง ทั้งสองประเทศยืนยันความร่วมมือในการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเห็นตรงกันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างสันติภาพต้องดำเนินไปควบคู่กัน พร้อมเพิ่มความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบขนยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมตามแนวชายแดน
รวมถึงมีแนวทางจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อดูแลพื้นที่ริมแม่น้ำโก-ลก และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมระหว่างสองประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือภัยพิบัติร่วมกัน
ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างไทยและมาเลเซียให้บรรลุเป้าหมาย 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคตอันใกล้ พร้อมเร่งเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในสาขาสำคัญ ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้รัฐมนตรีเกษตรของทั้งสองประเทศหารือเพื่อหาแนวทางร่วมกันในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและประมงให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
ในโอกาสเดียวกัน ผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมเป็นสักขีพยานการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจด้านการเกษตร ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง การวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของไทยและมาเลเซีย
นายอนุทิน กล่าวว่า ปี 2570 จะเป็นวาระครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-มาเลเซีย จึงได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนผลการหารือครั้งนี้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงเร่งดำเนินการจัดทำบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่างหน่วยงานของไทยและมาเลเซียให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
พร้อมกันนี้ ได้เชิญนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังกล่าวชื่นชมบทบาทของไทยในประเด็นเมียนมา โดยทั้งมาเลเซียและไทยเห็นตรงกันว่า ปัญหาในเมียนมาจะสามารถคลี่คลายได้จากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์
โดยไทยในฐานะประเทศที่มีพรมแดนติดกับเมียนมา ได้มีความพยายามในการสนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบ รวมถึงให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนประเด็นสินค้าเกษตร โดยเฉพาะกุ้งและปลากะพง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของทั้งสองประเทศได้หารือและได้แนวทางแก้ไขร่วมกันแล้ว โดยจะเร่งผลักดันให้เกิดการปฏิบัติโดยเร็ว เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาให้กับเกษตรกร
สำหรับคณะรัฐมนตรีไทยที่เข้าร่วมหารือเต็มคณะ ประกอบด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
รวมถึงนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เข้าร่วมการหารือด้วย

