“คลัง” ชง “ครม.” ปรับเกณฑ์ “บัตรคนจน” 14 ก.ค.นี้ เลิกตัดสิทธิใช้ “พ่อ-แม่” ลดหย่อนภาษี-หนี้เกษตรกร
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 14 ก.ค.นี้ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น
การปรับหลักเกณฑ์ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อนและมีความจำเป็นจริง สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐได้อย่างตรงกลุ่มและสะท้อนสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประชาชนมากที่สุด
สำหรับหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังจะเสนอให้ ครม. พิจารณาทบทวน ประกอบด้วย
ไม่นำเงื่อนไขกรณีบิดาและมารดาถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ มาใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาคัดกรองผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยยังคงใช้หลักเกณฑ์กรณีคู่สมรสและบุตรในการพิจารณาตามเดิม
ไม่นำหนี้สินภาคเกษตรมารวมในการคำนวณเกณฑ์หนี้สินรวม เนื่องจากกระทรวงการคลังมองว่าหนี้สินของเกษตรกรมีลักษณะเฉพาะ หลายกรณีเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ จึงไม่ควรนำมาเป็นเงื่อนไขในการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิในรอบนี้
นายวินิจ กล่าวว่า หากนำหนี้สินภาคเกษตรมารวมกับเกณฑ์หนี้สินทั่วไป อาจส่งผลให้เกษตรกรที่มีความเปราะบางและสมควรได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ หลุดออกจากระบบการได้รับสิทธิได้
การทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นไปตามข้อเสนอของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายให้กระบวนการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถสะท้อนสถานการณ์ความเป็นอยู่และฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชนได้อย่างแท้จริง
นายวินิจ กล่าวว่า ในส่วนของเกณฑ์ด้านการลดหย่อนภาษี กระทรวงการคลังจะเสนอให้ ครม. ทบทวนไม่นำกรณีที่บุตรใช้สิทธิอุปการะเลี้ยงดูบิดา-มารดาเพื่อนำไปหักลดหย่อนภาษี มาใช้เป็นเงื่อนไขในการตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้สูงอายุ
เนื่องจากที่ผ่านมา พบว่าผู้สูงอายุบางรายได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขดังกล่าว แม้จะเป็นผู้มีรายได้น้อยและยังมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะการที่บุตรนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี ไม่ได้สะท้อนว่าผู้สูงอายุมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้น หรือได้รับการดูแลด้านรายได้อย่างเพียงพอ
หลังจาก ครม. พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวันที่ 14 ก.ค.แล้ว กระทรวงการคลังจะนำหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุมัติไปดำเนินการคัดกรองผู้ลงทะเบียนจำนวนกว่า 19.15 ล้านราย
จากนั้นจะประกาศผลผู้ได้รับสิทธิตามกำหนดการในวันที่ 17 ก.ค. 2569
สำหรับประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ กระทรวงการคลังจะมีการแจ้งรายละเอียดอย่างชัดเจนว่าไม่ผ่านเงื่อนไขในส่วนใด เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์และขอทบทวนสิทธิต่อไป โดยจะกำหนดระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์อย่างชัดเจน
นายวินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลได้เตรียมมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เพื่อช่วยเหลือในช่วงเปลี่ยนผ่าน เนื่องจากประชาชนกลุ่มดังกล่าวยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ กลุ่มประชาชนที่อาจไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ เมื่อระบบพร้อมใช้งาน สามารถยืนยันตัวตนเพื่อขอรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ทันที
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาหลักเกณฑ์ รายละเอียดโครงการ และการจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอน โดยกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณจะร่วมกันบริหารจัดการให้เหมาะสมต่อไป

