“ศุภจี” เผยนายกฯ สั่งหาทางต่ออายุ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพิ่มอีก 2 เดือน! รับมือวิกฤตพลังงาน
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความชัดเจนของโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เฟส 2 ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกลับมาเผชิญความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง เห็นได้จากสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มเติม ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นางศุภจี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเข้าใจถึงสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ จึงได้ขอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาว่าจะสามารถต่อโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ออกไปได้อีกระยะหนึ่งหรือไม่ เพื่อช่วยประคับประคองประชาชนและเศรษฐกิจในช่วงที่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะต่อโครงการดังกล่าวออกไปอีกกี่เดือน นางศุภจีชู 2 นิ้วให้กับผู้สื่อข่าว พร้อมระบุว่า นายกรัฐมนตรีให้แนวทางไว้ในลักษณะดังกล่าว
ส่วนคำถามว่า วงเงินสนับสนุนจะยังคงอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเดือนเท่าเดิมหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า รายละเอียดในส่วนนี้นายเอกนิติจะเป็นผู้ชี้แจง โดยต้องพิจารณาว่าภายในระยะเวลา 2 เดือน จะสามารถจัดหาและบริหารงบประมาณเพื่อเข้ามาช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไร
เมื่อถามว่าจะใช้แหล่งเงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ หรืองบประมาณรายจ่ายประจำปี นางศุภจี กล่าวว่า มีทุก “กระปุก” และจะพิจารณาใช้ทุกช่องทาง โดยนายเอกนิติจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะนำเงินจากแหล่งใดมาใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
เมื่อถามถึงมาตรการของกระทรวงพาณิชย์เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมความพร้อมและเคย “ซ้อมใหญ่” มาแล้วในช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ดังนั้น แนวทางที่จะดำเนินการในครั้งนี้จะมีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้หารือร่วมกับนายเอกนิติ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงาน ในวงหารือขนาดเล็ก เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมมาตรการรับมือ
นางศุภจี กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการจัดทำแผนและออกมาอธิบายรายละเอียดให้ประชาชนได้รับทราบ โดยมาตรการดังกล่าวจะเป็นมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่รอให้ถึงช่วงปลายปี เนื่องจากต้องการรับมือกับผลกระทบจากราคาพลังงานที่อาจส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน
นางศุภจียอมรับว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะไม่ได้มีเพียงโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เท่านั้น แต่จะมีมาตรการอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้อาจมีความรุนแรงมากกว่าเดิม หรืออาจรุนแรงกว่าที่เคยเผชิญมา เพราะเศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากวิกฤตรอบแรกและยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ประกอบกับผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้น การออกมาตรการในระยะต่อไปจะต้องพิจารณาภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งระบบ เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์และลดผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างเหมาะสม

