“คริสตาลินา” อัญเชิญพระบรมราโชวาท ร.9 ยก “ความเพียร ฝ่าวิกฤตโลก” กลางเวที IMF–World Bank 2026

“คริสตาลินา” อัญเชิญพระบรมราโชวาท ร.9 ยก “ความเพียร ฝ่าวิกฤตโลก” กลางเวที IMF–World Bank 2026
  • Published16 ตุลาคม 2026

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.69 นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวบนเวทีการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group 2026 โดยยกภาพเรือพระที่นั่งจำลองอันงดงามที่จัดแสดงภายในงาน มาเป็นสัญลักษณ์เตือนใจให้ผู้แทนจากทั่วโลกตระหนักว่า ขณะนี้ทุกประเทศเปรียบเสมือนกำลังอยู่บนเรือลำเดียวกัน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายด้าน

นางกอร์เกียวาระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยหลายประการ ทั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ราคาพลังงาน ภาระหนี้สาธารณะ และต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก และทำให้แต่ละประเทศจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น

แม้เศรษฐกิจโลกยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น โดยมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะขยายตัว 3.1% ใกล้เคียงกับประมาณการก่อนหน้า แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดกลับพบความแตกต่างของแนวโน้มเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามมีแนวโน้มการเติบโตลดลง ขณะที่ประเทศที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานด้านปัญญาประดิษฐ์กลับได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนและความต้องการเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น

อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือภาระหนี้สาธารณะและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งกำลังจำกัดพื้นที่ทางการคลังของหลายประเทศ ทำให้รัฐบาลมีความสามารถลดลงในการใช้มาตรการรองรับวิกฤตเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันต้นทุนการกู้ยืมของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนยังปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะตลาดพันธบัตรโลก ส่งผลให้การบริหารจัดการหนี้และการรักษาเสถียรภาพทางการเงินกลายเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลทั่วโลก

นางกอร์เกียวาเน้นย้ำว่า การพึ่งพาการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะลดภาระหนี้ของประเทศต่าง ๆ ได้อย่างยั่งยืน แต่จำเป็นต้องมีแผนการคลังระยะปานกลางที่น่าเชื่อถือ ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของราคาและการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ขณะเดียวกัน แต่ละประเทศจำเป็นต้องเร่งเตรียมความพร้อมรับมือกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลกอย่างรวดเร็ว แม้เทคโนโลยีดังกล่าวจะเปิดโอกาสใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสนับสนุนการเติบโต แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ ทั้งผลกระทบต่อการจ้างงานของคนรุ่นใหม่ การเปลี่ยนแปลงของฐานภาษี ความผันผวนในตลาดการเงิน และภัยคุกคามทางไซเบอร์

กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศกล่าวว่า แต่ละประเทศจำเป็นต้องพัฒนาระบบรองรับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมลดผลกระทบต่อประชาชนและรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ในช่วงท้ายของการกล่าวบนเวที นางกอร์เกียวาได้อัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นสารส่งท้ายถึงผู้แทนประเทศสมาชิกจากทั่วโลก โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเพียร ความอดทน และการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์และความสำเร็จที่มั่นคงในระยะยาว

พระบรมราโชวาทที่อัญเชิญมาระบุว่า “ประโยชน์และความสำเร็จอันดีงามมิได้เกิดขึ้นโดยลำพัง หากต้องค่อยๆ ปลูกฝัง สั่งสม และเสริมสร้างให้มั่นคงขึ้นตามลำดับ เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยเวลา ความเพียร และความต่อเนื่อง”

นางกอร์เกียวากล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วโลก โดยภารกิจนี้ไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยความพยายามของประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยเวลา ความอดทน และความร่วมมือจากประเทศสมาชิกทั้ง 191 ประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

การกล่าวถึงพระบรมราโชวาทบนเวทีการประชุมระดับโลกครั้งนี้ จึงเชื่อมโยงแนวคิดเรื่องความเพียรและความต่อเนื่องเข้ากับความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ซึ่งทุกประเทศต้องเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนร่วมกัน พร้อมให้ความสำคัญกับการวางแผนระยะยาว การปฏิรูปเศรษฐกิจ และการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน