ล่าระทึก “ไอ้แอล” คลุ้มคลั่งชักปืนยิงกู้ภัย-ขู่เด็กนักเรียน “ลาดหลุมแก้ว” สั่งโรงเรียน 17 แห่ง ปิดเรียน 1 วัน

ล่าระทึก “ไอ้แอล” คลุ้มคลั่งชักปืนยิงกู้ภัย-ขู่เด็กนักเรียน “ลาดหลุมแก้ว” สั่งโรงเรียน 17 แห่ง ปิดเรียน 1 วัน
  • Published18 กุมภาพันธ์ 2026

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.69 มีรายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 17 ก.พ.68 ได้รับแจ้งจาก สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวชายมีอาการคลุ้มคลั่ง เดินถืออาวุธปืนในชุมชนและข่มขู่จะยิงเด็กนักเรียน เบื้องต้นจากการตรวจสอบกับตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว ระบุว่า ชายคนดังกล่าวก่อเหตุทำร้ายร่างกายแฟนสาวที่ จ.ชลบุรี ก่อนหลบหนีกลับบ้านในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว และมีพฤติกรรมถือปืนเดินข่มขู่ในชุมชน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวอย่างใกล้ชิด ขณะที่หลายโรงเรียนในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ประกาศปิดการเรียนการสอน 1 วัน ในวันที่ 18 ก.พ.69 เนื่องจากสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความปลอดภัย

สำหรับเหตุการณ์เริ่มต้น เมื่อวันที่ 16 ก.พ.69 จากกรณีคนร้ายขับรถกระบะตู้ทึบขนส่งใบกระท่อม ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงใส่รถกู้ภัยมอเตอร์เวย์จนยางแตก บนถนนหลวงหมายเลข 7 ช่วงพัทยา-อู่ตะเภา ในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตักเตือนการจอดรถในจุดเสี่ยงริมทาง แต่กลับถูกผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขับตามประกบยิง ก่อนจะจอดรถทิ้งไว้ แล้วจูงมือแฟนสาววิ่งหลบหนีเข้าไปในป่ารก โดยจุดเกิดเหตุอยู่ก่อนถึงด่านเก็บค่าผ่านทางหลวงพิเศษห้วยใหญ่ประมาณ 5 กิโลเมตร จากการตรวจสอบพื้นที่พบว่าเป็นป่ารกทึบ ไม่พบร่องรอยของผู้ก่อเหตุและแฟนสาว มีเพียงเจ้าหน้าที่ที่เข้าซุ่มเฝ้าระวังเพื่อติดตามตัว

ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ ได้เรียกทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ถูกไล่ยิงมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยหนึ่งในทีมกู้ภัยให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนขี่รถไปพบรถกระบะตู้ทึบคันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณจุดจอดรถฉุกเฉินบนมอเตอร์เวย์ ด้วยความเป็นห่วงจึงเข้าไปตรวจสอบ พบหญิงชายคู่หนึ่งนั่งอยู่ภายในรถ โดยฝ่ายชายอ้างว่าเพียงทะเลาะมีปากเสียงกับแฟนสาวเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้ใจเย็นและขับรถออกจากจุดดังกล่าว แต่หลังจากขับออกไปไม่นาน รถกระบะคันเดิมได้ขับตามแล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่ กระสุนถูกล้อหลังฝั่งขวาจนยางแตกและซุ้มล้อเสียหาย ทำให้ทีมกู้ภัยต้องรีบขับรถหลบหนีและจอดหลบข้างทาง โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้ก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่กู้ภัยยืนยันว่า ขณะเข้าไปพูดคุยไม่ได้มีปากเสียงกับหญิงชายคู่นั้น ทุกอย่างดูปกติ แต่สังเกตเห็นว่าฝ่ายหญิงมีใบหน้าบอบช้ำคล้ายถูกทำร้ายร่างกาย จึงเชื่อว่าอาจถูกซ้อมมาก่อน โดยวันถัดมาได้มาให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจ เนื่องจากยังไม่ทราบแรงจูงใจที่ผู้ก่อเหตุขับรถไล่ยิง

ขณะที่มารดาของฝ่ายหญิง คือ น.ส.กาญจนา อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาวของผู้ก่อเหตุ ได้พาลูกสาวเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ พร้อมให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายนพรัตน์ หรือ “แอล” คบหากับลูกสาวมาประมาณ 3 ปี มีบุตรชายด้วยกัน 1 คน อายุ 2 ขวบ และมีอาชีพค้าใบกระท่อม โดยวันเกิดเหตุฝ่ายชายกำลังพาลูกสาวไปส่งของให้ลูกค้าในเมืองพัทยา

หลังเกิดเหตุ ฝ่ายชายใช้อาวุธปืนบังคับแฟนสาววิ่งหนีเข้าไปในป่า ก่อนก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์พ่วงข้างซาเล้งของชาวบ้านเพื่อใช้หลบหนี ระหว่างทางยังข่มขู่ตลอดว่า หากพยายามหนีจะยิงทิ้ง พร้อมบังคับให้ฝ่ายหญิงนำกล่องโฟมขนาดใหญ่คลุมศีรษะเพื่อปกปิดใบหน้าที่ถูกทำร้าย จนกระทั่งฝ่ายหญิงฉวยโอกาสกระโดดลงจากรถและวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในสภาพใบหน้าปูดบวมฟกช้ำทั่วร่างกาย เนื่องจากถูกทำร้ายอย่างรุนแรง โดยญาติระบุว่าผู้ก่อเหตุมักมีอาการระแวงและเคยทำร้ายร่างกายแฟนสาวเป็นประจำ

มีรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวของนายนพรัตน์บริเวณรอยต่อระหว่าง จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี แต่ยังไม่สามารถติดตามตัวได้ โดยชุดสืบสวนได้ประสานให้มารดาช่วยติดต่อผู้ต้องหาเพื่อให้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว อย่างไรก็ตาม

ล่าสุดผู้ต้องหายังไม่เข้ามอบตัว และเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุม ส่งผลให้หลายโรงเรียนในเขต อ.ลาดหลุมแก้ว ประกาศปิดการเรียนการสอน 1 วัน ในวันที่ 18 ก.พ.2569 เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน