“ศปอส.ตร.” เตือนภัย! แอบอ้าง “โอ้กะจู๋” หลอกลงทุน สูญเกือบ 24 ล้าน ย้ำเช็ก SEC Check First

“ศปอส.ตร.” เตือนภัย! แอบอ้าง “โอ้กะจู๋” หลอกลงทุน สูญเกือบ 24 ล้าน ย้ำเช็ก SEC Check First
  • Published22 กุมภาพันธ์ 2026

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 ที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/รองผู้อำนวยการศปอส.ตร. ได้เปิดเผยสถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์และมูลค่าความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า คดีหลอกซื้อขายสินค้าและบริการยังคงมีจำนวนการแจ้งความสูงที่สุด แต่คดีหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุนกลับสร้างความเสียหายรุนแรงและมีมูลค่าสูงที่สุด คิดเป็น 49.7% ของคดีทั้งหมด โดยเฉพาะการหลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และมีมูลค่าความเสียหาย 10 อันดับแรก รวมกว่า 34.9 ล้านบาท

สำหรับคดีที่เพิ่งมีการรับแจ้งความ เป็นกรณีชายอดีตข้าราชการวัย 75 ปี ตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ หลังพบโฆษณาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ที่แอบอ้างชื่อแบรนด์ดัง “โอ้กะจู๋” ชักชวนร่วมลงทุน โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงและรวดเร็ว พร้อมจัดให้มีโค้ชสอนการลงทุนแบบตัวต่อตัว และกำชับให้ผู้เสียหายปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

ต่อมาผู้เสียหายได้ทยอยโอนเงินลงทุนหลายครั้ง ซึ่งในระบบปลอมจะปรากฏยอดเงินต้นและกำไรเพิ่มขึ้นเสมือนจริง อีกทั้งยังมีการส่งภาพแคปหน้าจอกราฟการเทรดหุ้นมาแสดงความเคลื่อนไหว รวมถึงส่งลิงก์เว็บไซต์ให้ตรวจสอบยอดเงินได้ แต่ไม่สามารถเข้าดูรายละเอียดอื่นได้ ช่วงแรกผู้เสียหายสามารถถอนเงินออกมาได้บางส่วน ทำให้เกิดความเชื่อมั่น ก่อนจะถูกหลอกให้โอนเงินเพิ่ม โดยอ้างเงื่อนไขให้ชำระค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าปรับจากการทำรายการผิดขั้นตอน ส่งผลให้มีการโอนเงินรวมถึง 45 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 23,864,927 บาท

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จึงขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนทุกประเภท โดยสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ได้แก่ ตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน SEC Check First ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งในกรณีถูกกฎหมายจะต้องพบชื่อบริษัทในระบบอย่างชัดเจน มีสถานะได้รับอนุญาตหรือยังประกอบธุรกิจได้ตามปกติ มีเลขที่ใบอนุญาต ระบุประเภทใบอนุญาตครบถ้วน รวมถึงมีรายละเอียดที่อยู่และข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้ พร้อมรายชื่อผู้แนะนำการลงทุนหรือผู้บริหารที่ปรากฏในระบบอย่างถูกต้อง

ขณะเดียวกัน หากค้นหาแล้วไม่พบชื่อบริษัท พบสถานะเพิกถอนหรือไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีข้อมูลใบอนุญาตรองรับธุรกิจที่ชักชวน หรือมีประกาศเตือนจาก ก.ล.ต. รวมถึงบุคคลที่อ้างตัวเป็นผู้แนะนำการลงทุนไม่มีชื่อในระบบ ให้สันนิษฐานว่าเข้าข่ายไม่ถูกกฎหมายและควรหลีกเลี่ยงการลงทุนทันที

นอกจากนี้ควรตรวจสอบบัญชีปลายทางก่อนโอนเงินทุกครั้ง โดยชื่อบัญชีต้องตรงกับชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากมีการให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หรือมีการเปลี่ยนบัญชีนิติบุคคลรับฝากเงินบ่อยครั้ง ให้ระวังว่าอาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ และควรหยุดโอนเงินทันที พร้อมตรวจสอบกับบริษัทที่ถูกกล่าวอ้างผ่านช่องทางหลัก

อีกทั้งประชาชนควรระวังแอปพลิเคชันปลอม เนื่องจากมิจฉาชีพสามารถสร้างแอปฯ เลียนแบบชื่อ โลโก้ และรูปแบบแอปทางการแล้วเผยแพร่ในสโตร์ได้ การดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play จึงอาจไม่ปลอดภัยเสมอไป ศปอส.ตร.จึงย้ำให้ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอป SEC Check First ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน และอย่าหลงเชื่อข้อเสนอผลตอบแทนสูงผิดปกติหรือการเร่งรัดให้ตัดสินใจ เพราะการตรวจสอบเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยป้องกันความเสียหายทางการเงินจำนวนมหาศาลได้