สิ้นลายแก๊งฝั่งธน! ตร.บุกทลายซุ้มยาหลังวัดรวก เจอปืนเถื่อน-แบงก์พันปลอม
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ฝั่งธนบุรี
โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบด้านยาเสพติด พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผู้กำกับการ สน.บางยี่ขัน และ พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บช.น. สน.บางยี่ขัน กองกำกับการสืบสวน บก.น.8 และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำโดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.กทม. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกันดำเนิน “แผนปฏิบัติการทลายซุ้มยาเสพติดหลังวัดรวก”
เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นศาลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 6 ราย ประกอบด้วย นายอำนาจ ผาสุก หรือ “บอส” อายุ 22 ปี ในข้อหา “มีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และปลอมเงินตรา” นายบารมี ผาสุก หรือ “เบีย” อายุ 19 ปี ข้อหา “มีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” น.ส.สุชัญญา แสงโสภณ หรือ “เก๋” อายุ 47 ปี ข้อหา “ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) และเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย”
นอกจากนี้ ยังสามารถจับกุม นายสมชาย เกล็ดรามัญ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 246/2569 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2569 ในข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและไอซ์) เพื่อการค้า และสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด” พร้อมจับกุม นายอนุสรณ์ เกล็ดรามัญ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 127/2569 ในข้อหา “สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” รวมทั้งแจ้งข้อหาเพิ่มเติม “มียาบ้าไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และจับกุม น.ส.ชาลิณี อ่อนนุ่ม ในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”
ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย อาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก ธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท (รอการตัดขอบ) จำนวน 37 ฉบับ เคตามีน 6 ถุง น้ำหนักรวม 28 กรัม ยาไอซ์น้ำหนักรวม 134.74 กรัม ยาบ้า 363 เม็ด รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาจำนวน 1 คัน อยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อคืนเจ้าของ และเงินสดจำนวน 34,610 บาท
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และ สน.บางยี่ขัน ที่สนธิกำลังร่วมกับ ป.ป.ส.กทม. เพื่อติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี แต่ระหว่างการสืบสวนกลับพบข้อมูลสำคัญว่า กลุ่มคนร้ายไม่ได้เพียงค้ายาเสพติดเท่านั้น แต่ยังมีการลักลอบผลิตธนบัตรปลอมเพื่อนำไปใช้หลอกซื้อสินค้าและทรัพย์สินจากประชาชน
จากสถิติในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกใช้ธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท ซื้อสินค้าในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ไม่น้อยกว่า 5 คดี โดยพบมากที่สุดในพื้นที่ สน.บางยี่ขัน ถึง 3 คดี จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุในแต่ละคดีเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวกัน
หนึ่งในแผนการก่อเหตุที่พบคือ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 คนร้ายได้ติดต่อขอซื้อรถจักรยานยนต์จากผู้เสียหายที่โพสต์ขายผ่านโซเชียลมีเดีย ก่อนนัดหมายพบกันภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 45 โดยเลือกสถานที่ที่มีแสงไฟสลัว จากนั้นใช้ธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 54 ใบ ชำระเงิน เมื่อผู้เสียหายรับเงินแล้ว คนร้ายจะรีบรับรถจักรยานยนต์และขับหลบหนีทันทีโดยไม่รอให้ผู้เสียหายนับเงินให้ครบ
ต่อมาผู้เสียหายนำธนบัตรดังกล่าวไปใช้ซื้อสินค้าที่ร้านสะดวกซื้อ จึงทราบว่าเป็นธนบัตรปลอม และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน จากการตรวจสอบพบว่าธนบัตรปลอมดังกล่าวเป็นลักษณะงานทำมือ ตัดขอบไม่เรียบร้อย เนื้อกระดาษเรียบ ไม่มีลายน้ำ ความแนบเนียนประมาณ 70% ซึ่งอาจหลอกสายตาประชาชนได้ในสถานที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ
จากการสืบสวนเชิงลึก เจ้าหน้าที่พบว่าแก๊งดังกล่าวใช้บ้านหลังหนึ่งบริเวณท้ายซอยจรัญสนิทวงศ์ 33 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เป็นแหล่งเก็บอาวุธและซ่อนตัว ลักษณะพื้นที่เป็นตรอกซอกซอยแคบ รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ และมีเส้นทางซับซ้อนคล้ายเขาวงกต
หลังรวบรวมพยานหลักฐานแน่ชัด พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผู้กำกับการ สน.บางยี่ขัน จึงนำทีมพนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลออกหมายจับและหมายค้นบ้านเป้าหมายดังกล่าว พร้อมทั้งขยายผลพบเซฟเฮาส์อีกแห่งภายในซอยอิสระภาพ 11 เขตธนบุรี ซึ่งใช้เป็นแหล่งกระจายยาเสพติด
ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.กทม. นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นายเข้าปฏิบัติการตรวจค้นจุดเป้าหมาย
จุดแรกคือ “คลังแสงหลังวัดรวก” เจ้าหน้าที่ใช้หมายค้นศาลธนบุรีที่ ค.23/2569 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 431/26 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย พบธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 37 ฉบับ อาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก เคตามีน ยาไอซ์ และรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมา พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย
ส่วนจุดที่สอง “เซฟเฮาส์แหล่งปล่อยยา” เจ้าหน้าที่ใช้หมายค้นศาลอาญาธนบุรีที่ ค.54/2569 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 675/5 ซอยอิสระภาพ 11 แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี พบยาบ้า 355 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนักรวมประมาณ 133.44 กรัม และเงินสดจำนวน 34,610 บาท พร้อมจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 3 ราย
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจนครบาลและสำนักงาน ป.ป.ส. ตามนโยบายเชิงรุกของผู้บังคับบัญชา โดยจากการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท ในพื้นที่ฝั่งธนบุรีช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนจำนวนมาก
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ให้ตรวจสอบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ที่อยู่ในครอบครอง หากพบว่าเป็นธนบัตรปลอม ขอให้นำไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที และไม่ควรนำออกไปใช้จ่ายต่อโดยเด็ดขาด

