“ทักษิณ ชินวัตร” ผ่านเกณฑ์พักโทษ คาดใช้เวลา 2 เดือนพิจารณาก่อนปล่อยตัว

“ทักษิณ ชินวัตร” ผ่านเกณฑ์พักโทษ คาดใช้เวลา 2 เดือนพิจารณาก่อนปล่อยตัว
  • Published31 มีนาคม 2026

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 31 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือนจำกลางคลองเปรมได้จัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาพักการลงโทษประจำเรือนจำ เพื่อดำเนินการตรวจสอบรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์กฎหมาย โดยการประชุมมีผู้บัญชาการเรือนจำเป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการปกครอง, กรมคุมประพฤติ, สำนักงาน ป.ป.ส. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งเจ้าพนักงานเรือนจำที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะทำงาน และเลขานุการประจำคณะกรรมการ

ผลการประชุมพบว่า มีนักโทษเด็ดขาดจำนวน 10 ราย ที่ผ่านคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์และสามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาพักโทษ หนึ่งในนั้นคือ นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเข้าข่ายพักโทษกรณีทั่วไป โดยรายชื่อทั้งหมดจะถูกส่งไปยังกรมราชทัณฑ์เพื่อทำการตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติให้ครบถ้วน ก่อนจะส่งต่อให้คณะอนุกรรมการพิจารณาการพักโทษในขั้นตอนถัดไป ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 2 เดือน

คณะอนุกรรมการจะพิจารณาหลักเกณฑ์ต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เช่น พฤติการณ์ของคดี ความร้ายแรงของการกระทำผิด ประวัติการคุมประพฤติ พฤติกรรมระหว่างถูกคุมขัง และความน่าเชื่อถือของผู้ดูแลหลังได้รับการพักโทษ รวมถึงผลกระทบต่อความปลอดภัยของสังคม

หากคณะอนุกรรมการและรัฐมนตรีอนุมัติ พนักงานคุมประพฤติและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จะได้รับการแจ้งเตือนเพื่อติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด โดยผู้ได้รับการพักโทษต้องรายงานตัวตามกำหนดและปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด พ.ศ. 2562

หนึ่งในประเด็นสำคัญในการพิจารณาคือการติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) สำหรับนายทักษิณ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการในแต่ละระดับ โดยจะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น สุขภาพ อายุของผู้ต้องขัง ความเสี่ยงที่จะกระทำผิดซ้ำ และความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมที่พักอาศัย รวมถึงความปลอดภัยของชุมชนโดยรอบ

หากผ่านทุกขั้นตอน คาดว่ากระบวนการพักโทษและปล่อยตัวคุมประพฤติจะดำเนินการได้ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

กระบวนการพักโทษนี้เป็นไปตามมาตรา 52 พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และข้อ 44 แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด พ.ศ. 2562 โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนการแก้ไข ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยของนักโทษพร้อมรักษาความปลอดภัยของสังคมไปพร้อมกัน