“รฟท.” สั่งฟันวินัยร้ายแรงคนขับรถไฟเสพยา ไม่มีใบอนุญาต หลังชนรถเมล์ ดับ 8 เจ็บ 30 ราย

“รฟท.” สั่งฟันวินัยร้ายแรงคนขับรถไฟเสพยา ไม่มีใบอนุญาต หลังชนรถเมล์ ดับ 8 เจ็บ 30 ราย
  • Published18 พฤษภาคม 2026

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะของพนักงานขับรถไฟขบวน 2126 เส้นทางแหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ ซึ่งเป็นขบวนที่เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนรถโดยสารประจำทางสาย 3-30 หรือสาย 206 รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บอีก 30 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 พ.ค.69 ที่ผ่านมา

กรมการขนส่งทางรางให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการระบบราง และประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน จึงมีคำสั่งด่วนที่สุดไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้ดำเนินมาตรการตรวจคัดกรองสารเสพติด และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์กับพนักงานที่มีหน้าที่ขับขี่และควบคุมการเดินรถทุกคน รวมถึงพนักงานภาคพื้นดินที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น พนักงานกั้นถนน และพนักงานประแจ ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ทุกผลัด โดยใช้มาตรการ “ศูนย์เปอร์เซ็นต์” หรือไม่อนุญาตให้มีสารเสพติดและแอลกอฮอล์ในร่างกายโดยเด็ดขาด

นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบพบว่า พนักงานขับรถไฟรายดังกล่าว คือ “นายสยมพร สอนกูล” ยังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากกรมการขนส่งทางราง จึงได้มีคำสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ทันที พร้อมสั่งให้ รฟท. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง รวมถึงสั่งพักงานพนักงานขับรถไฟ และพนักงานคุมไม้กั้นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีการสั่งการให้สอบสวนเชิงลึกไปถึงผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ผู้มีสารเสพติดเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ขับรถไฟ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชนจำนวนมาก

นายพิเชฐ กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ.2568 มาตรา 90 ระบุว่า “ในกรณีที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่า ผู้ประจำหน้าที่มีสารในร่างกายอันเกิดจากการเสพสุรา ของมึนเมา ยาเสพติดให้โทษ หรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ผู้ตรวจการขนส่งทางรางมีอำนาจตรวจหรือทดสอบ หรือสั่งให้เข้ารับการตรวจหรือทดสอบได้”

ทั้งนี้ วิธีการตรวจและทดสอบจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในระเบียบที่อธิบดีประกาศใช้ ซึ่งขณะนี้กรมการขนส่งทางรางอยู่ระหว่างจัดทำประกาศเพื่อใช้บังคับตามกฎหมาย โดยยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและผู้โดยสารว่า ระบบรางไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด

ด้านนายกิตติกานต์ ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ยืนยันว่า ขสมก.พร้อมให้การเยียวยาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเต็มกำลัง ทั้งกรณีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยทุกคนจะได้รับการชดเชยตามวงเงินสูงสุดที่บริษัทประกันภัย และกองทุนตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถกำหนดไว้

หากมีค่าใช้จ่ายส่วนใดนอกเหนือจากที่ประกันภัยหรือ พ.ร.บ.ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ หรือค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินจากสิทธิประกันภัย ขสมก.พร้อมรับผิดชอบเพิ่มเติมทั้งหมด โดยจะได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายคนรักรถเมล์เข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติมด้วย

สำหรับมาตรการเยียวยาเบื้องต้น ขสมก.ได้ประสานงานร่วมกับบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด และกองทุนตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าดูแลผู้เสียหายทันที โดยกรอบวงเงินเยียวยาตามกฎหมายเบื้องต้น กรณีเสียชีวิตจะได้รับรายละ 1,500,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้รับการช่วยเหลือตั้งแต่ 80,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย

ขณะเดียวกัน ขสมก.จะนำเงินสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายคนรักรถเมล์เข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติมตามที่ ผอ.ขสมก.ให้คำมั่นไว้ โดยขณะนี้ได้ติดตามรายชื่อผู้เสียชีวิตครบถ้วนทุกคนแล้ว และอยู่ระหว่างประสานญาติเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ญาติของผู้โดยสารรถประจำทางสาย 206 ที่ต้องการสอบถามข้อมูล ค้นหารายชื่อ หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตราชเทวี โทรศัพท์ 06 3935 5369 และ BMTA Contact Center โทรศัพท์ 1348 รวมถึงติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ขสมก. พร้อมบวก”