“สภาฯ” มีมติเอกฉันท์ 308 เสียง ไม่ส่ง “ชนนพัฒฐ์” ให้ DSI คดีเว็บพนัน
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณาในเวลา 11.39 น. ว่าจะอนุญาตให้ส่งตัว ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ตามคำร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนคดีเว็บพนันออนไลน์หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนลงมติ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลุกขึ้นอภิปรายแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายชัดเจน ฝ่ายที่สนับสนุนให้ส่งตัวดำเนินคดี ได้แก่ พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ฝ่ายไม่เห็นด้วย ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชาติ และพรรคเศรษฐกิจ
ฝ่ายสนับสนุน นำโดย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า หากสมาชิกสภาฯ สละเอกสิทธิ์คุ้มครองและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อสังคมและระบบรัฐสภา พร้อมยืนยันว่า หากในอนาคตมี สส.ของพรรคประชาชนถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกัน พรรคก็พร้อมให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเช่นกัน
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด และเป็นกระบวนการที่มีพยานหลักฐานเข้าสู่ระบบยุติธรรมอยู่แล้ว หากสภาไม่อนุญาตอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐสภาและประเทศในสายตานานาชาติ พร้อมย้ำว่าผู้ถูกขอตัวก่อนหน้านี้แสดงเจตนาพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว
ขณะที่ นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า มาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญไม่ได้มีไว้เพื่อให้ สส.อยู่เหนือกฎหมาย แต่เป็นหลักประกันการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยควรพิจารณาอย่างรอบคอบไม่ให้กระทบต่อการทำงานของสภาในช่วงสมัยประชุม
ด้านนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ระบุว่า ควรรักษาหลักปฏิบัติเดิมของสภา คือไม่ให้ สส.ไปรับทราบข้อกล่าวหาในช่วงสมัยประชุม พร้อมเรียกร้องให้ผู้ถูกขอตัวแสดงจุดยืนว่าจะใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่
ขณะที่นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ระบุว่า ควรยึดหลักการคุ้มครอง สส.ในสมัยประชุม แต่ก็ต้องไม่กลายเป็นช่องทางให้เกิดการปกป้องผู้กระทำผิด พร้อมเรียกร้องให้ใช้สปิริตในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ในระหว่างการอภิปราย รังสิมันต์ โรม ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า หากสภาไม่ส่งตัว อาจถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณปกป้องกลุ่มทุนสีเทาและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ด้าน ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยอมรับผลการลงมติ และยืนยันว่าไม่ได้ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองเพื่อหลีกเลี่ยงคดี พร้อมระบุว่าหากพ้นสมัยประชุมก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตามปกติ
ท้ายที่สุด ที่ประชุมลงมติไม่เห็นด้วยกับการส่งตัว 308 เสียง เห็นด้วย 126 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนน 3 เสียง ส่งผลให้สภามีมติไม่ส่งตัว ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ให้ดีเอสไอดำเนินคดีตามคำร้อง

