“นายกฯ” แถลงยึดทรัพย์เครือข่ายอาชญากรรมจีนเทา คืนเงินเหยื่อกว่า 25 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติการยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีสำคัญ พร้อมทั้งมอบเงินคืนแก่ผู้เสียหายตามคำสั่งศาล จำนวน 4 คดี รวมมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เครือข่ายยาเสพติด และกลุ่มมิจฉาชีพ “จีนเทา” ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับคดีที่มีการมอบเงินคืน ประกอบด้วย คดีนางสาวศิริพรฯ หรือนางสาวพชรฯ กับพวก โดยมีผู้เสียหายคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวนเงิน 7,000,000 บาท ซึ่งมีผู้แทนสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ นางสาวภาวิณี ดำรัส ผู้จัดการ และนางสาวกีรติญา จันทร์มี หัวหน้าฝ่ายบัญชี เป็นผู้รับมอบเงิน
คดีที่สอง คือคดีนางสาวอรอุมาฯ กับพวก จำนวนเงิน 440,012.50 บาท โดยมีนางสาวดนิตา ฤทธาสวัสดิ์ และนางสาวรษมล อำภา เป็นผู้แทนรับมอบเงินคืนจากทางราชการ
คดีที่สาม คดีนางสาวพิมานมาศฯ กับพวก เป็นเงินจำนวน 1,600,000 บาท ซึ่งอยู่ในกระบวนการส่งมอบคืนแก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนของกฎหมาย
ส่วนคดีที่สี่ คดีร้อยโทสุชายฯ อดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กับพวก โดยมีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้เสียหาย ได้รับเงินคืนจำนวน 16,563,569.49 บาท โดยมีคุณดุจหทัย สมบูรณ์นิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มกำกับงานกฎเกณฑ์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนรับมอบ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้สืบเนื่องจากผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” ที่มุ่งเป้าไปยังเครือข่ายของนายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ “หนูเฉิน” และเครือข่ายชาวจีนที่กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นปฏิบัติการสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ โดยรัฐสามารถยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวงประชาชน และนำเข้าสู่กระบวนการคืนเงินแก่ผู้เสียหายอย่างเป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรีระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด และการฟอกเงินควบคู่ไปกับการติดตามทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินจากเครือข่ายอาชญากรรมและผู้กระทำผิดกฎหมายได้แล้วรวมกว่า 40,000 ล้านบาท
พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำผิดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ปล่อยให้ประเทศไทยเป็นแหล่งฟอกเงินหรือใช้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ พร้อมย้ำว่าความปลอดภัย ความมั่นคง และความเชื่อมั่นในระบบกฎหมายไทย เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

