สลด! “ลูก” ทรพี! วัย 46 เมาเหล้า ใช้ท่อนไม้ตี “พ่อ” วัย 72 ดับคาบ้าน หลังมีปากเสียงรุนแรง
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.69 พ.ต.ท.สมศักดิ์ วิเศษดี รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายจนมีผู้เสียชีวิต ภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง หมู่ 2 ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและสายตรวจ เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายทองสุข อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน นอนหงายเสียชีวิตอยู่บริเวณด้านหลังบ้าน สภาพศพพบบาดแผลบริเวณศีรษะหลายแห่ง ลักษณะคล้ายถูกของแข็งทุบตีอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่โดยรอบไว้เพื่อรอการตรวจชันสูตรจากแพทย์และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณเวลา 18.30 น. ผู้เสียชีวิตได้มีปากเสียงกับบุตรชาย คือ นายวิฑูรย์ อายุ 46 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายกลายเป็นการทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ส่งผลให้นายทองสุขได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เจ้าหน้าที่ตรวจพบท่อนไม้เปื้อนเลือดตกอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี พร้อมตรวจสอบรายละเอียดในพื้นที่อย่างละเอียด
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวนายวิฑูรย์ ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวไว้ได้ทันที ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ดม โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในชั้นต้นว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายบิดาจริง ส่วนแรงจูงใจและสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนและรวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง โดยผลการตรวจเบื้องต้นไม่พบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหาแต่อย่างใด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
ด้านชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตและบุตรชายมักดื่มสุราร่วมกันเป็นประจำ และมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งเหตุการณ์ในครั้งล่าสุดได้บานปลายจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมภายในครอบครัว สร้างความสะเทือนใจให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก

