บุกทลาย “ปาร์ตี้ยา” รีสอร์ตหรู รวบ 12 ผู้ต้องหา ขยายผลยึด “พอตเค” มูลค่า 25 ล้าน
ตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 เปิดปฏิบัติการบุกทลายปาร์ตี้ยาเสพติดภายในรีสอร์ตหรูย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา–เอกมัย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 12 ราย โดยในจำนวนนี้พบ 2 รายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ หนึ่งในนั้นเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันพยายามฆ่า ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมหรูย่านพระราม 9–อโศก พบเครือข่ายผลิตและจำหน่าย “พอตเค” พร้อมของกลางจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 25 ล้านบาท
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการเร่งปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมร้ายแรง โดยอยู่ภายใต้การอำนวยการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งติดตามจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดอย่างเข้มงวด
ด้านกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดยผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พร้อมชุดสืบสวนหลายหน่วยร่วมกันแถลงผลการจับกุม หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าหลบซ่อนตัวและร่วมมั่วสุมเสพยาเสพติดภายในรีสอร์ตดังกล่าว
เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 เวลา 08.20 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามี “นายวรภพ” อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ หลบซ่อนตัวอยู่ภายในรีสอร์ตดังกล่าว ก่อนเข้าซุ่มสังเกตการณ์จนกระทั่งพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย
เมื่อเข้าตรวจสอบภายในห้องพัก พบกลุ่มผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องรวม 7 คน พร้อมของกลางเป็นยาอี ยาไอซ์ เคตามีน และหัวบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารเอโทมิเดทซุกซ่อนอยู่หลายจุด ทั้งบนโต๊ะอาหาร กระเป๋าเงิน และกระเป๋าสะพาย
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาบางรายรับสารภาพว่าเป็นผู้ครอบครองยาเสพติด และมีการนัดรวมตัวเพื่อเสพยาในกลุ่มเพื่อน ขณะที่ยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายรายทยอยเดินทางเข้ามาในห้องพัก ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวเพิ่มเติมได้อีกหลายคน รวมถึงผู้ต้องหาตามหมายจับคดีคีตามีนที่ยังหลบหนี
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ ก่อนตรวจค้นพบยาไอซ์ เคตามีน และหัวพอตผสมสารเสพติดเพิ่มเติม จึงแจ้งข้อหาร่วมกันครอบครองยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท
จากการขยายผล ผู้ต้องหาบางรายรับว่ายังมีการซุกซ่อนยาเสพติดและอุปกรณ์ผลิตหัวบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารเสพติดไว้ภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านพระราม 9–อโศก เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นเพิ่มเติม พบสารเอโทมิเดทชนิดผง หัวพอตผสมสารเสพติดจำนวนมาก รวมถึงอุปกรณ์การผลิตและบรรจุภัณฑ์จำนวนมหาศาล
ผู้ต้องหารับสารภาพว่า มีผู้ร่วมขบวนการเป็นหญิงไทยทำหน้าที่จัดหาสารตั้งต้นและวัตถุดิบ ก่อนนำมาผลิตและจำหน่ายต่อไปยังลูกค้า โดยดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง และมีการจำหน่ายไปแล้วกว่า 10,000 หัว คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 25 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ ยาเสพติดหลายชนิด สารเอโทมิเดท หัวพอตผสมสารเสพติดกว่า 150 หัว ซองบรรจุ อุปกรณ์ผลิต เครื่องชั่งดิจิทัล และสารเคมีสำหรับการผลิต ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมายแยกตามพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลที่เกี่ยวข้อง

