“นายกฯ” แฉขบวนการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น แก้คะแนน-ปลอมไฟล์ข้อสอบ ลั่นฟันวินัยถึงที่สุด จ่อโมฆะหากบรรจุแล้ว

“นายกฯ” แฉขบวนการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น แก้คะแนน-ปลอมไฟล์ข้อสอบ ลั่นฟันวินัยถึงที่สุด จ่อโมฆะหากบรรจุแล้ว
  • Published2 กรกฎาคม 2026

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ตึกนารีสโมสร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านพัฒนาชุมชนและการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมแถลงข่าวกรณีการทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการสืบสวนสอบสวนตามที่ได้สั่งการไว้ พร้อมกล่าวชื่นชมคณะกรรมการตรวจสอบที่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 7 วัน ตามกรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ผลการตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสและการกระทำที่ไม่สุจริต มีความพยายามทุจริตเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลที่มีความเชื่อมโยงกันได้รับการคัดเลือกเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยมีหลายหน่วยงานร่วมกันตรวจสอบ และแต่ละหน่วยงานต่างมีข้อมูลในส่วนของตนเอง ซึ่งบางหน่วยงานได้สอบสวนเชิงลึกไปมากแล้ว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกหน่วยงานได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันตั้งแต่สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2566 หลังจากมีข่าวลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน โดยในขณะนั้นได้สั่งชะลอการสอบ และกำหนดให้จัดสอบใหม่ตามมาตรฐานที่เข้มงวดยิ่งขึ้น พร้อมเปลี่ยนมหาวิทยาลัยที่ใช้เป็นสนามสอบ

ทั้งนี้ ใช้เวลากว่า 2 ปีจึงสามารถจัดสอบได้อีกครั้ง ตนจึงตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงมีการเร่งจัดสอบ ทั้งที่เคยสั่งยกเลิกไว้ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ไม่มีการจัดสอบมาเป็นเวลากว่า 3 ปี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงปลายปี 2568 กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตอาจประเมินสถานการณ์ว่ารัฐบาลในขณะนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลง จึงไม่เกรงกลัวต่อการตรวจสอบ และไม่มีผู้ใดรายงานเรื่องดังกล่าวให้ตนทราบ

อย่างไรก็ตาม การที่ไม่มีผู้รายงานไม่ได้หมายความว่าผู้เกี่ยวข้องกระทำผิด เพราะเป็นการดำเนินการภายในขอบเขตอำนาจของกรม หากรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีเข้าไปก้าวก่ายทุกเรื่อง ก็จะกลายเป็นการแทรกแซงการทำงาน แต่หากการสอบเป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส ไม่มีผู้ร้องเรียน และผู้เข้าสอบทุกคนได้รับความเป็นธรรม ก็ย่อมไม่มีปัญหา

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในรัฐบาลสมัยที่ 2 สิ่งที่พบกลับผิดไปจากที่คาด เพราะมีการแก้ไขคำตอบและแก้ไขไฟล์ข้อมูลคะแนน

“ผมสุ่มตรวจกระดาษคำตอบ พบว่าคะแนนจริงได้ 45 คะแนน แต่ผลประกาศออกมาเป็น 77 คะแนน การสุ่มตรวจผู้สอบประมาณ 80 คน พบลักษณะเดียวกันทั้งหมด ผมยังบอกเลยว่าทำไมกระดาษคำตอบถึงระบายดินสอได้เรียบร้อย ไม่มีรอยล้นเลย ก็แสดงว่ามีการเตรียมการไว้หมด”

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผู้เกี่ยวข้องอ้างว่ามีเอกสารจำนวนมาก ตรวจสอบไม่ทัน จึงจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์มาใช้ แต่กลับพบว่ามีการสร้างกระดาษคำตอบขึ้นใหม่ โดยอ้างว่าเป็นกระดาษคำตอบที่จัดทำขึ้นควบคู่กับผู้เข้าสอบตัวจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่งของการแถลงข่าว นายกรัฐมนตรีได้ชูกระดาษคำตอบตัวอย่าง พร้อมกล่าวว่า

“อันนี้เป็นกระดาษปลอม ไม่ใช่ของจริง เราไม่จำเป็นต้องถามแล้วว่ากระบวนการนี้เป็นการทุจริตหรือไม่ เพราะชัดเจนว่าทุจริตแน่นอน”

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงกับผู้ที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน หากเปิดเผยก่อนอาจเข้าข่ายกล่าวหาผู้อื่นโดยไม่มีคำพิพากษา

ทั้งนี้ มีบุคคลที่มีชื่อเสียงและดำรงตำแหน่งระดับสูงเกี่ยวข้องกับคดี จึงจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานจากหลายหน่วยงาน เพื่อให้สำนวนคดีมีความรัดกุม มีน้ำหนัก และสามารถดำเนินคดีได้อย่างเด็ดขาด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้มีหลักฐานทั้งเส้นทางการเงิน การโอนเงิน การบรรจุบุคคล และการแก้ไขคะแนนสอบ ซึ่งล้วนเป็นความผิดร้ายแรง

“หลายคนอาจรู้สึกว่าคนพวกนี้ทำลายประเทศ แต่รัฐบาลจะกล่าวหาใครลอย ๆ ไม่ได้ ทุกอย่างต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน ต้องมัดตัวให้แน่น ดิ้นไม่หลุด”

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อีก 6 หน่วยงานจะเดินหน้าตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งเส้นทางการเงิน ความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน และผู้ร่วมขบวนการ โดยยืนยันว่าหลังจากนี้ ผู้ที่คิดจะทุจริตจะไม่สามารถลอยนวลได้ เพราะขณะนี้มีข้อมูลเชื่อมโยงทั้งเครือข่ายการเงินและผู้ร่วมกระบวนการจำนวนมาก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสามารถเปิดเผยรายชื่อผู้ร่วมขบวนการได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยอมรับว่าผู้ที่เกี่ยวข้องต้องมีอิทธิพลพอสมควร เพราะการดำเนินการในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องที่บุคคลทั่วไปจะทำได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว หากภายหลังพบว่ากระบวนการสอบไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ต้องขอแสดงความเสียใจ เพราะหากต้นทางของการสอบไม่ถูกต้อง ทุกอย่างย่อมเป็นโมฆะ

“ใครทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจ ผมคิดว่าไม่น่าจะพ้นไปได้ หลังจากนี้การสอบสวนจะเข้มข้นขึ้น เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ และบูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อเอาผิดกับขบวนการนี้”

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ได้รับรายงานว่าจะมีการบรรจุข้าราชการชุดดังกล่าว แต่เมื่อพบข้อพิรุธเรื่องการทุจริต จึงเห็นว่าไม่ควรดำเนินการบรรจุ ควรชะลอ ยืดระยะเวลา หรือยกเลิกก่อน

ตนได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยดำเนินการ แต่การบรรจุหรือไม่บรรจุเป็นอำนาจของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งมีกรรมการจากหลายภาคส่วนร่วมพิจารณา

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเสนอให้ชะลอการบรรจุ แต่กรรมการส่วนใหญ่จากภายนอกไม่เห็นด้วย และมีมติให้ดำเนินการบรรจุต่อไป ดังนั้น เมื่อพบข้อเท็จจริงเช่นนี้ ความรับผิดชอบของ กสถ. ก็ต้องได้รับการตรวจสอบเช่นกัน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เพิกเฉย แต่ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนแล้ว และหลังจากนี้จะพิจารณาตามพยานหลักฐาน

เมื่อถามว่า ในช่วงรัฐบาล “หนู 1” เหตุใดจึงมีผู้กล้ากระทำการทุจริต นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงเวลานั้นมีหลายฝ่ายที่ย่ามใจ เพราะรัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และมีความไม่แน่นอนทางการเมือง จนมีการยุบสภาก่อนครบวาระ และกลายเป็นรัฐบาลรักษาการ

“ตอนนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องการเปิดสอบ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เชื่อว่าไม่มีใครกล้าเปิดสอบอีกในช่วง 2 เดือนข้างหน้า ผมถือว่าเป็นการลดจำนวนข้าราชการเสียด้วยซ้ำ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาไม่มีการเปิดสอบ ผมก็ไม่เห็นว่าการให้บริการประชาชนหรือประสิทธิภาพการทำงานจะลดลง กลับมองว่ายิ่งมีคนน้อยก็ยิ่งประหยัดงบประมาณ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากเป็นอำนาจของตนเพียงผู้เดียว ก็จะไม่เปิดสอบเพิ่ม เพราะตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ทำงานในกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยรู้สึกว่าประสิทธิภาพของหน่วยงานลดลง และยังเห็นว่าปัจจุบันมีข้าราชการจำนวนมากเกินความจำเป็น

“ผมคิดว่าหากข้าราชการเกษียณแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มคนใหม่ แต่ให้มอบหมายงานแก่เจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ โดยยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า นายรัชพงษ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ยื่นหนังสือลาออก เนื่องจากมีกระแสข่าวเชื่อมโยงกับการสอบข้าราชการท้องถิ่น รวมถึงข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์กับผู้สอบที่มีคะแนนอยู่ในลำดับต้น ๆ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และไม่ทราบว่าเป็นบุคคลใด พร้อมระบุว่า เรื่องนี้ต้องสอบถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากตนเพิ่งเดินทางกลับมา