“คลัง” แฉขบวนการสวมชื่อลูกจ้างปลอม ทำคนจนหลุดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เร่งคืนสิทธิ 1 ต.ค.69
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนว่าถูกตัดสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เนื่องจากระบบตรวจพบข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่าย จนทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา ทั้งที่ตลอดมาไม่เคยยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้แม้แต่ครั้งเดียว
นายวินิจ กล่าวว่า การตรวจสอบสิทธิในรอบนี้ ภาครัฐได้นำข้อมูลแบบพลวัต (Dynamic Data) มาใช้ประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติและพฤติกรรมทุจริตที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
จากการตรวจสอบพบว่า มีนายจ้างหรือผู้ประกอบการบางรายนำชื่อของประชาชนไปสวมเป็น “ลูกจ้างปลอม” เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทและหลีกเลี่ยงภาษี ส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งไม่เคยรับเงินเดือนหรือทำงานกับบริษัทดังกล่าว กลับมีข้อมูลรายได้ปรากฏในระบบของกรมสรรพากร และถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยไม่รู้ตัว
นายวินิจ กล่าวว่า มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาทักท้วงว่าไม่เคยได้รับเงินเดือน และไม่รู้จักบุคคลหรือบริษัทที่กรมสรรพากรระบุว่าเป็นผู้จ่ายเงินให้ ซึ่งสะท้อนว่ามีการนำชื่อของผู้อื่นไปใช้เป็นลูกจ้างปลอมเพื่อแสวงหาประโยชน์ในการหลีกเลี่ยงภาษี
“มีผู้มาทักท้วงว่าไม่เคยได้รับเงิน และไม่รู้จักคนที่สรรพากรอ้างว่าจ่ายเงินให้ ซึ่งเรื่องนี้มีผู้ทุจริตขโมยชื่อคนอื่นมาเป็นลูกจ้างปลอมเพื่อประโยชน์ในการหลีกเลี่ยงภาษี ครั้งนี้พบได้มาก เพราะเราไม่ได้ดูแค่การแอบไปยื่นแบบ แต่เราเห็นข้อมูลทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ในระบบ” นายวินิจ กล่าว
โฆษกกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า รัฐบาลและกระทรวงการคลังพร้อมรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ พร้อมเร่งดำเนินการใน 2 แนวทางควบคู่กัน ได้แก่ การติดตามผู้ที่นำชื่อประชาชนไปแอบอ้างเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และการเร่งคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังตั้งเป้าดำเนินการคืนสิทธิให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการสามารถกลับมาใช้สิทธิได้อย่างรวดเร็ว และลดผลกระทบต่อการดำรงชีพของผู้มีรายได้น้อยให้มากที่สุด

