“ตร.” รวบโปรแกรมเมอร์ “หนุ่มเวียดนาม” ซุกยาไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกส่งญี่ปุ่น
จากกรณีแก๊งค้ายาเสพติดซุกซ่อนยาไอซ์ในกระปุกมะขามเปียก เตรียมส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด จัดชุดสืบสวนศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปราบยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) ร่วมกับสืบนครบาล กองกำกับการสืบสวน 7 และสถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน เร่งตรวจสอบของกลางและขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง
จากการสืบสวนสามารถจับกุมคนไทย 1 ราย ซึ่งทำหน้าที่เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารหลายบัญชีที่ใช้ทำธุรกรรมโอนเงินในการส่งพัสดุยาไอซ์ประมาณ 2 กิโลกรัม โดยมีการฝากนักหิ้วข้ามชาติส่งต่อไปยังต่างประเทศ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลออกหมายจับผู้ต้องหาชาวเวียดนามเพิ่มอีก 3 ราย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนามที่ทำหน้าที่เป็นโปรแกรมเมอร์และกดเงินสดตามที่มีการรายงานไปก่อนหน้านี้
วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รับผิดชอบงานยาเสพติด) พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล จัดชุดปฏิบัติการพิเศษและชุดสืบสวนยาเสพติดเข้าดำเนินการ
โดยมี พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล และผู้ช่วย ศอ.ปส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 7 พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน พ.ต.ท.ภราดร เชิดชูล้ำตระกูล รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 7 และ พ.ต.ท.ปรีชา ใยมะเดื่อ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน นำกำลังเข้าจับกุม
ผู้ต้องหา คือ นายเหงียน ตรัน ดัง ควา อายุ 37 ปี ชาวเวียดนาม ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ จ.573/2569 ในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง ซิมโทรศัพท์ เงินสกุลเวียดนาม 1,180,000 ดอง เงินกัมพูชา 210,000 เรียล และเงินไทย 23,060 บาท
จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติการณ์เป็นผู้กดเงินออกจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับนายสมพงศ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้า เป็นจำนวน 9,500 บาท เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. ก่อนเดินทางกลับนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน
บัญชีดังกล่าวเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ซุกซ่อนยาไอซ์ในกระปุกมะขามเปียก เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ทำหน้าที่เป็นแอดมินและโปรแกรมเมอร์ของกลุ่ม รวมถึงเป็นผู้กดเงินออกจากบัญชีของเครือข่าย โดยเจ้าหน้าที่ติดตามพฤติการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ต้องหามีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยเป็นประจำ
จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบเสื้อผ้าและกระเป๋าที่ใช้ในวันก่อเหตุ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และเงินสดจำนวนหนึ่ง
ผลการตรวจสอบพยานหลักฐานพบว่า ตรวจสอบคอมพิวเตอร์พบว่าผู้ต้องหามีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม โดยให้การว่าประกอบอาชีพเป็นโปรแกรมเมอร์อิสระ พบโปรแกรมที่ทำงานอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นระบบหลังบ้านสำหรับวิเคราะห์เว็บไซต์ด้านการค้นหาออนไลน์ ตรวจพบเว็บไซต์พนันออนไลน์ของประเทศเวียดนามจำนวน 20 เว็บไซต์ จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจมีหน้าที่ดูแลระบบเว็บไซต์พนันออนไลน์ดังกล่าว
ผู้ต้องหาให้การว่า เงินที่ถอนออกมาเป็นค่าจ้างในการดูแลระบบ โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมย่านสาทร ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น.
สำหรับคดีนี้ เจ้าหน้าที่พบว่าเป็นขบวนการของกลุ่มชาวเวียดนามที่ใช้บัญชีม้าของคนไทยในการจ่ายค่าจ้างให้ผู้รับจ้างหิ้วพัสดุ โดยมีโครงสร้างเครือข่ายแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน
ประกอบด้วย นายสมพงศ์ ผู้ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้า ซึ่งถูกกลุ่มชาวเวียดนามใช้บัญชีในการโอนเงินให้ผู้รับจ้างหิ้วของไปประเทศญี่ปุ่นหลายบัญชี และถูกจับกุมแล้ว
ส่วนผู้ต้องหาชาวเวียดนามที่ถูกจับกุมล่าสุด ทำหน้าที่เป็นแอดมินและกดเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะที่ยังมีผู้ต้องหาชาวต่างชาติอีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่ติดต่อกับไรเดอร์เพื่อรับของ ก่อนนำไปฝากไว้ที่คอนโดมิเนียมย่านปิ่นเกล้า ซึ่งไม่ใช่ที่พักจริงของผู้ต้องหา
นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่ทำหน้าที่โอนเงินเข้าบัญชีนายสมพงษ์ ทั้งก่อนและหลังการจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างหิ้ว โดยใช้บัตรเอทีเอ็มหรือแอปพลิเคชันธนาคารของนายสมพงษ์ในการทำธุรกรรม
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าจบการศึกษาด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศจากประเทศเวียดนาม ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ให้กับนายจ้างชาวจีนในนครดูไบ มีอาชีพเกี่ยวกับการซื้อขายทองคำและหุ้น และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ส่วนเงินที่ถอนออกมา อ้างว่าเป็นค่าจ้างด้านการแปลภาษา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว พร้อมนำตัวไปตรวจค้นที่พักและสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และดำเนินการทำลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขันดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแล ได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดอย่างเข้มงวด
โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการ ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดที่พยายามซุกซ่อนยาเสพติดในพัสดุหรือบรรจุภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ
พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานรัฐ ใช้ความระมัดระวังในการรับฝากของหรือส่งสินค้าไปต่างประเทศ หากพบสิ่งของหรือพัสดุที่มีข้อสงสัย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที
ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์ประชาชนงดรับฝากของหรือหลีกเลี่ยงการรับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อหรือกลายเป็นผู้กระทำความผิดโดยไม่รู้ตัวจากขบวนการค้ายาเสพติด

