“ตาย” เพิ่มอีก 1 ศพ! เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ยอดเสียชีวิต 37 ศพ “ตร.” เผยคดีคืบ 80% จ่อแจ้งข้อหาเจ้าของร้าน

“ตาย” เพิ่มอีก 1 ศพ! เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ยอดเสียชีวิต 37 ศพ “ตร.” เผยคดีคืบ 80% จ่อแจ้งข้อหาเจ้าของร้าน
  • Published29 กรกฎาคม 2026

เมื่อเวลา 05.39 น. วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ร.ต.อ.พีระพงษ์ โพธิ์ศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สน.พญาไท ได้รับแจ้งว่าผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวเสียชีวิตที่โรงพยาบาลราชวิถี จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ น.ส.อรอนงค์ สาริศรี อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ โดยได้รับบาดเจ็บจากไฟลวกตั้งแต่วันเกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

ด้าน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 37 เป็นลูกค้าที่เดินทางมาใช้บริการในคืนเกิดเหตุ ซึ่งเกิดขึ้นช่วงกลางคืนวันที่ 12 ต่อเนื่องวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 โดยผู้เสียชีวิตเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถีมาโดยตลอด ก่อนเสียชีวิตในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

สำหรับเหตุการณ์เพลิงไหม้สถานบันเทิงโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้และไฟลวกจำนวน 79 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตทั้งในที่เกิดเหตุและเสียชีวิตภายหลังจากเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่าง ๆ รวมทั้งหมด 37 ราย

ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดี พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วมากกว่า 150 ปาก ทั้งฝ่ายผู้ประกอบการ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ญาติของผู้เสียชีวิต และผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบสำนวนคดี

พล.ต.ต.เกียรติกุล ระบุว่า ภาพรวมสำนวนคดีมีความคืบหน้าแล้วประมาณ 70-80% โดยยังเหลือการสอบปากคำเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกประมาณ 6-7 ปาก เพื่อนำข้อมูลมาประกอบสำนวนให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด

สำหรับ นายสุวิชา ไศลบาท อายุ 45 ปี เจ้าของร้าน ขณะนี้ยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาหรือสอบปากคำได้ เนื่องจากยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู (ICU) ของโรงพยาบาลเปาโล เกษตร

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า จะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้มีความครบถ้วน และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้มีคำสั่งให้นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร ไปช่วยราชการที่สำนักปลัดกรุงเทพมหานครเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และตรงไปตรงมามากที่สุด