“ก.กลาง” ฟันโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย ยึดมติ “กสถ.” เพิกถอนสิทธิ จ่อประกาศบัญชีใหม่ 8 ส.ค.นี้

“ก.กลาง” ฟันโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย ยึดมติ “กสถ.” เพิกถอนสิทธิ จ่อประกาศบัญชีใหม่ 8 ส.ค.นี้
  • Published7 สิงหาคม 2026

ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อวันที่ 7 ส.ค.69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการ (ก.กลาง) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ก.กลาง มีมติเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ให้เพิกถอนรายชื่อผู้ทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น จำนวน 5,925 ราย

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ในวันที่ 8 สิงหาคม 2569 จะมีการประกาศบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านใหม่ ขณะที่ข้อมูลของผู้ทุจริตสอบจะถูกส่งพร้อมแนวทางการดำเนินการไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในวันที่ 10 สิงหาคม เพื่อให้คณะกรรมการข้าราชการจังหวัด (ก.จังหวัด) ประชุมพิจารณา ก่อนส่งเรื่องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม

ส่วนกรณีผู้สอบผ่านจำนวน 97 ราย ซึ่งมีการตรวจพบว่าคะแนนสอบได้รับการปรับเพิ่มขึ้นนั้น นายวรศิษฎ์ ระบุว่า บุคคลกลุ่มดังกล่าวยังคงมีรายชื่ออยู่ในประกาศบัญชีใหม่ แต่จะมีเงื่อนไขให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง เนื่องจากปัจจุบันยังปฏิบัติหน้าที่ราชการอยู่ พร้อมทั้งประสานข้อมูลกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากผลสอบพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยยังไม่สามารถกำหนดกรอบระยะเวลาได้ เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีขั้นตอนการดำเนินงานแตกต่างกัน

เมื่อถูกถามว่า ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้หรือไม่ นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่า ทั้ง กสถ. และ ก.กลาง ดำเนินการโดยอาศัยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ ผู้ที่ถูกเพิกถอนจะมีการส่งหลักฐานและแนวทางปฏิบัติไปยัง ก.จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามคดี หากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าทุกขั้นตอนดำเนินการบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักนิติวิทยาศาสตร์

ส่วนกรณีที่หากมีการฟ้องร้องและผู้ถูกดำเนินการเป็นฝ่ายชนะคดี จะมีการคืนตำแหน่งอย่างไรนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ยังไม่ควรมองไปถึงขั้นนั้น เพราะขณะนี้สิ่งสำคัญคือการดำเนินการกับผู้ที่พบว่ามีคะแนนสอบผิดปกติอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจะจัดส่งคู่มือแนวปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมีหลักยึดในการปฏิบัติหน้าที่

นายวรศิษฎ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุม ก.กลาง ที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากมีการหารือในประเด็นข้อกฎหมายที่มีความเห็นแตกต่างกัน จึงต้องใช้เวลาในการหาข้อยุติร่วมกันก่อนมีมติ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกองบังคับการปราบปรามแจ้งข้อกล่าวหา นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ว่าเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นและจะต้องรับผิดชอบทั้งหมดหรือไม่

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถตอบแทนบุคคลดังกล่าวได้ เพราะไม่ได้เป็นอธิบดีหรือผู้อำนวยการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมยืนยันว่าไม่มีการปกป้องบุคคลใด หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับผู้ใด ไม่ว่าจะมีตำแหน่งสูงเพียงใด ก็จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด.