ตาย 6 ศพ! “นักเรียน” อายุ 14 ปี กราดยิงใน รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี เจ็บ 15 ตร.เร่งไขปมเหตุสยอง
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 7 ส.ค. 2569 เกิดเหตุสะเทือนขวัญภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เมื่อนักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนนักเรียนและครู บริเวณชั้น 6 อาคาร 5 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย และมีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 6 ราย เป็นครูและนักเรียน
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่และคณะครูภายในโรงเรียนได้เร่งเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมอพยพนักเรียนออกจากพื้นที่ไปยังจุดปลอดภัย ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ปลายบาง สภ.บางกรวย และชุดปฏิบัติการพิเศษ เข้าปิดล้อมพื้นที่และระงับเหตุ แต่ไม่สามารถเข้าถึงตัวผู้ก่อเหตุได้ในทันที เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังคงใช้อาวุธปืนยิงอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งเวลาประมาณ 10.56 น. มีรายงานว่าผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูได้เข้าช่วยเหลือและทำการปั๊มหัวใจ (CPR) เพื่อยื้อชีวิตในที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืน 1 กระบอก ตกอยู่ใกล้ตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมเครื่องกระสุนและแมกกาซีน อีกทั้งยังพบอาวุธปืนอีก 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนภายในกระเป๋า รวมกว่า 10 นัด
ส่วนสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อสรุปข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
ต่อมาในวันเดียวกัน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และยุติเหตุรุนแรงได้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ
เบื้องต้นยืนยันมีผู้เสียชีวิต 6 ราย ได้แก่ 1.นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 2.น.ส.สายฝน ศิริกิจจาขจร เลขานุการหน้าห้อง 3.น.ส.ทิวาพร วานิช ครูแนะแนว 4.ว่าที่ร้อยตรีหญิงนันท์ชณัฐพรพร นาคพลั้ง ครูภาษาไทย 5.น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูคณิตศาสตร์ และ6. เด็กชาย วัย 14 ปี (ผู้ก่อเหตุ)
ส่วนผู้ก่อเหตุ ในขณะนั้นยังอยู่ระหว่างการกู้ชีพของทีมแพทย์ สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บมีประมาณ 15 ราย โดยมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 2 ราย ซึ่งถูกนำส่งรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่าง ๆ แล้ว
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุได้ เนื่องจากต้องมีการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด ทั้งพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ สภาพแวดล้อม และข้อมูลส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้ปกครองแล้ว เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุและแรงจูงใจยังอยู่ระหว่างการสืบสวน
“ประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ คืออาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นอาวุธปืนที่จดทะเบียนครอบครองในชื่อบุคคลในครอบครัว เป็นปืนของคุณปู่ของผู้ก่อเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุนำอาวุธออกมาได้อย่างไร และมีรายละเอียดอย่างไรนั้น ขอให้เป็นไปตามกระบวนการสืบสวนสอบสวน”
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า แม้จะทราบเบื้องต้นว่าอาวุธปืนเป็นของบุคคลในครอบครัว แต่ยังต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าผู้ก่อเหตุนำอาวุธปืนและกระสุนออกมาจากบ้านได้อย่างไร มีการเก็บรักษาอาวุธปืนในลักษณะใด รวมถึงตรวจสอบที่มาของกระสุนปืนและเส้นทางการเข้าถึงอาวุธทั้งหมด ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญของการสืบสวนในขณะนี้
สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่เกิดเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่ทั้งหมดแล้ว โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ควบคุมและกำกับการปฏิบัติด้วยตนเอง พร้อมเร่งตรวจสอบพยานหลักฐาน เก็บรายละเอียดในจุดเกิดเหตุ และจัดทำแผนผังพื้นที่อย่างรอบคอบ
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังได้สั่งการให้แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจจัดส่งทีมจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ลงพื้นที่ดูแลสภาพจิตใจของครู นักเรียน และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ เพื่อเยียวยาความสูญเสียและลดผลกระทบทางจิตใจที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งตรวจสอบพยานหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล รวมถึงเส้นทางการครอบครองอาวุธปืนอย่างละเอียด เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงทั้งหมด และสรุปสาเหตุของเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้โดยเร็วที่สุด

