ผงะ! พบน้ำมันปนเปื้อน 2 หมื่นลิตรในท่อระบายน้ำถนนเชื้อเพลิง กทม. เร่งเปิดหน้าดินหาต้นเหตุ

ผงะ! พบน้ำมันปนเปื้อน 2 หมื่นลิตรในท่อระบายน้ำถนนเชื้อเพลิง กทม. เร่งเปิดหน้าดินหาต้นเหตุ
  • Published9 กันยายน 2026

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีพบน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำบริเวณถนนเชื้อเพลิง รอยต่อระหว่างเขตคลองเตยและเขตยานนาวา ว่า ตั้งแต่เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ได้สูบของเหลวซึ่งมีทั้งน้ำและน้ำมันปะปนกันออกจากระบบประมาณ 20,000 ลิตร โดยเบื้องต้นคาดว่าสัดส่วนของน้ำมันอาจอยู่ที่ประมาณ 20% หรือราว 4,000 ลิตร อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการวิเคราะห์อย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันปริมาณที่แน่นอนอีกครั้ง

นายชัชชาติกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสมมติฐานว่า อาจมีการรั่วซึมจากท่อส่งน้ำมันใต้ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นท่อขนาดประมาณ 14 นิ้ว ใช้สำหรับส่งน้ำมันหลายประเภท และมีอายุการใช้งานมานานประมาณ 30 ปี โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย จึงต้องประสานขออนุญาตก่อนเปิดหน้าดินเพื่อตรวจสอบแนวท่อ ซึ่งอยู่ลึกจากระดับพื้นดินประมาณ 2 เมตร

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เบื้องต้นจำกัดอยู่ตามแนวท่อระบายน้ำเป็นระยะทางประมาณ 50 เมตร หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่ได้นำกระสอบทรายปิดกั้นท่อทั้งบริเวณต้นทางและปลายทาง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันกระจายไปยังพื้นที่อื่น พร้อมเดินหน้าสูบของเหลวออกจากระบบอย่างต่อเนื่อง โดยของเหลวที่สูบขึ้นมาจะส่งให้หน่วยงานและบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญดำเนินการแยกและกำจัดตามกระบวนการที่ถูกต้อง

ด้านความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานร่วมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกรุงเทพมหานคร กระทรวงพลังงาน กรมควบคุมมลพิษ ตลอดจนบริษัทและผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน โดยมีการตรวจวัดค่าความเข้มข้นของไอน้ำมันและค่า LEL ซึ่งใช้ประเมินความเสี่ยงต่อการติดไฟอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันค่าต่างๆ ยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้และมีความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือก่อประกายไฟบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันความเสี่ยง

หลังจากบริษัทผู้ดูแลระบบได้ลดแรงดันภายในท่อส่งน้ำมันลง ปริมาณน้ำมันและกลิ่นในบริเวณดังกล่าวก็ลดลงตามลำดับ หากต้นเหตุเกิดจากการรั่วซึมจริง การลดแรงดันจะช่วยลดปริมาณน้ำมันที่ไหลออกจากท่อ และเมื่อสามารถหยุดต้นเหตุได้แล้ว การจัดการน้ำมันที่หลงเหลืออยู่ในระบบระบายน้ำจะสามารถดำเนินการได้ไม่ยาก เนื่องจากขณะนี้พื้นที่ได้รับผลกระทบถูกจำกัดวงไว้แล้ว

“ตอนนี้ยังเป็นเพียงสมมติฐาน ต้องรอผู้เชี่ยวชาญยืนยันอีกครั้ง แต่มีหลายปัจจัยที่ชี้ไปในทิศทางนี้ วันนี้จะเปิดหน้าดินดู หากพบจุดรั่วก็จะสามารถแก้ไขต้นเหตุได้ทันที สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านท่อส่งน้ำมัน กระทรวงพลังงาน กรมควบคุมมลพิษ ภาคเอกชน และ กทม. อยู่ในพื้นที่ร่วมกัน ส่วน กทม. ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลประชาชน เรื่องทางเทคนิคต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ยืนยัน ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก” นายชัชชาติกล่าว