“วิษณุ” เตือนแรง! เสี่ยงเลือกตั้งโมฆะ หากบัตรมีบาร์โค้ดย้อนรอยผู้ลงคะแนนได้
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.69 นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงที่อาจทำให้การเลือกตั้งกลายเป็น “โมฆะ” หากมีการระบุรหัสหรือบาร์โค้ดที่สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังตัวผู้ลงคะแนนได้
หลักการ “เลือกตั้งโดยตรงและลับ” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 กำหนดไว้ชัดเจนว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นไปโดย “ตรงและลับโดยตรง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนด้วยตัวเอง โดยลับ ไม่มีใครสามารถทราบได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนนั้นเลือกใคร
บาร์โค้ด (Barcode) คือจุดเสี่ยง ข้อกังวลของ ดร.วิษณุ อยู่ที่ว่า หากบนบัตรเลือกตั้งมีการพิมพ์ บาร์โค้ด หรือ รหัสประจำตัวบัตร ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ได้ว่าบัตรใบนี้ถูกจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชื่ออะไร จะถือว่า “ความลับถูกทำลาย” ทันที
หากตรวจสอบได้ถ้าเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจสามารถนำเลขรหัสบนบัตรไปเทียบกับบัญชีรายชื่อผู้รับบัตร แล้วดูว่าบัตรใบนั้นลงคะแนนให้ใคร จะถือว่าการเลือกตั้งนั้นไม่ใช่การลงคะแนนลับอีกต่อไป
ความเสี่ยงทางเทคนิค: แม้ กกต. จะอ้างว่าบาร์โค้ดมีไว้เพื่อการนับคะแนนหรือป้องกันบัตรปลอม แต่ในทางกฎหมาย หากระบบมัน “เอื้อ” ให้รู้ตัคบุคคลได้ ก็ถือว่าขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญแล้ว
เคสตัวอย่าง บทเรียนจากอดีต: “การจัดคูหาเลือกตั้ง” ดร.วิษณุ มักยกตัวอย่างกรณีการเลือกตั้งเมื่อปี 2549 ที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้การเลือกตั้งเป็น โมฆะ เพียงเพราะการหันคูหาเลือกตั้งออกด้านนอก ซึ่งทำให้คนอื่นอาจมองเห็นการลงคะแนนได้

