หัวบันไดไม่แห้ง! “ประชาชาติ” ขนว่าที่ 4 สส. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ไร้เงา “ทวี สอดส่อง”
เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2569 เวลา 10.25 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท. พร้อมด้วย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ให้การต้อนรับแกนนำและว่าที่ สส.พรรคประชาชาติ (ปช.) ได้แก่ นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรค และว่าที่ สส.ยะลา เขต 2, นายสุไลมาน บือแนปีแน ว่าที่ สส.ยะลา เขต 1, นายอับดุลอายี สาแม็ง ว่าที่ สส.ยะลา เขต 3 และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าที่ สส.นราธิวาส เขต 5 เพื่อแสดงจุดยืนร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ไม่ได้เดินทางมาร่วม เนื่องจากติดภารกิจต่างจังหวัด
น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า เบื้องต้นมีพรรคการเมืองที่มีว่าที่ สส.รวม 14 เสียง แสดงความพร้อมสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี โดยวันนี้ว่าที่ สส.พรรคประชาชาติได้มาแสดงเจตจำนงร่วมกับพรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่าง ๆ ต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และต้องรายงานตัวเป็น สส.ต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน จึงจะมีความชัดเจนในเรื่องตำแหน่งหรือรายละเอียดอื่น ๆ ซึ่งทั้งหมดต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการแสดงเจตจำนงและรวบรวมเสียงสนับสนุน
ด้านนายซูการ์โน มะทา ระบุว่า มติของพรรคประชาชาติที่มีว่าที่ สส. 5 เสียง เป็นเอกฉันท์ในการสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี และพร้อมร่วมทำงานกับพรรคภูมิใจไทยในอนาคต โดยทุกเสียงต้องปฏิบัติตามมติพรรค ส่วนกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี ไม่ได้เดินทางมาด้วยนั้น เนื่องจากติดภารกิจร่วมงานศพ แต่ได้ฝากความคิดถึงมายังทีมผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย รวมถึงฝากความระลึกถึงไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะที่เคยทำงานร่วมกันในสภาฯ ชุดที่ 26 และยังฝากความคิดถึงถึงนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดด้วย พร้อมย้ำว่าทั้ง 4 คนที่เดินทางมา เป็นตัวแทนของพรรคที่มาพร้อมกันทั้ง 5 เสียง
เมื่อถามถึงประเด็นความขัดแย้งในอดีตระหว่างพรรคประชาชาติกับพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะคดีฮั้ว สว. และกรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ นายซูการ์โน กล่าวว่า ช่วงที่ พ.ต.อ.ทวี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นการทำหน้าที่ตามบทบาทของรัฐมนตรี และขณะนี้กระบวนการต่าง ๆ อยู่ในชั้นศาลแล้ว อีกทั้งบทบาทหน้าที่ดังกล่าวก็สิ้นสุดลงตั้งแต่พรรคออกจากการร่วมรัฐบาลก่อนหน้านี้
เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเมืองก็เหมือนการแข่งขันกีฬา ในช่วงแข่งขันอาจมีการต่อสู้กัน แต่เมื่อจบเกมก็สามารถจับมือกันได้ พรรคประชาชาติในฐานะพรรคเล็กจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องรับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้พรรคเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อสะท้อนปัญหาและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
เมื่อถามถึงเหตุผลในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายซูการ์โน ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับเสียงจากประชาชนเป็นอันดับ 1 และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล การทำงานร่วมกับพรรคที่มีเสียงส่วนใหญ่ถือเป็นหลักการตามระบอบประชาธิปไตย พรรคประชาชาติแม้จะเป็นเสียงส่วนน้อย แต่เมื่อได้รับมิตรไมตรีจากผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย ก็พร้อมร่วมทำงานโดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ ยังย้ำถึงจุดยืนสำคัญของพรรคว่า กฎหมายใดที่ขัดต่อหลักการศาสนาอิสลาม พรรคจะขอหารือร่วมกันกับพรรคร่วมรัฐบาล และจะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่ขัดแย้งกับหลักศาสนา
ส่วนกรณีการเลือกตั้งที่อาจมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าควรเป็นโมฆะหรือไม่นั้น นายซูการ์โน ระบุว่า เป็นหน้าที่ของ กกต. และกระบวนการตามกฎหมาย ขณะที่พรรคการเมืองทำหน้าที่ในสนามเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว หากจะมีการพิจารณาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องอาศัยหลักฐานที่ศาลสามารถรับฟังได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเห็นของพรรคการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เสียงสนับสนุนรัฐบาลสามารถรวบรวมได้แล้ว 291 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง และพรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง

