“พรรคส้ม” บุก “กกต.” จี้แจงบาร์โค้ด–บัตรเขย่ง 3 แสนใบ ส่อเลือกตั้งโมฆะ ซ้ำรอยคำวินิจฉัยปี 49

“พรรคส้ม” บุก “กกต.” จี้แจงบาร์โค้ด–บัตรเขย่ง 3 แสนใบ ส่อเลือกตั้งโมฆะ ซ้ำรอยคำวินิจฉัยปี 49
  • Published23 กุมภาพันธ์ 2026

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นายธีระ สุธีวรางกูร ทีมกฎหมายพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีบัตรเลือกตั้งแบบใหม่ที่ใช้เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบัตรสีชมพูและไม่มีการระบุหมายเลขที่ต้นขั้ว โดยมองว่าอาจสะท้อนปัญหาของการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มีการใส่หมายเลขทั้งบนต้นขั้วและตัวบัตรเลือกตั้ง ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

นายธีระ ระบุว่า การที่บัตรเลือกตั้งใหม่ไม่มีหมายเลขต้นขั้ว อาจตีความได้ว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนมีช่องโหว่เรื่องความลับของผู้ใช้สิทธิ เพราะการมีหมายเลขบนต้นขั้วอาจทำให้สามารถสืบย้อนถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งอาจเป็นหลักฐานสำคัญในการใช้ยื่นฟ้องต่อศาลว่าการเลือกตั้งดังกล่าวมีปัญหาจริง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็น “บัตรเขย่ง” จำนวนมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยข้อมูลจากนักวิชาการพบว่ามีจำนวนทั่วประเทศราว 300,000 ใบ ซึ่งถือว่าสูงผิดปกติเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อนที่มีจำนวนไม่มาก นายธีระยอมรับว่า หากมีการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง จำนวนบัตรเขย่งในภาพรวมอาจถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ สุจริต และเที่ยงธรรม

ทีมกฎหมายพรรคประชาชนยังตั้งข้อสังเกตต่อกรณีบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ซึ่งอาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ หากข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้น อาจเข้าข่ายการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปโดยลับ และอาจสอดคล้องกับแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองเมื่อปี 2549 ที่เคยเพิกถอนการเลือกตั้งในลักษณะคล้ายกัน

นายธีระ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักฐานที่พรรคมีอยู่พบปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนการนับคะแนน การรวมคะแนน ไปจนถึงการประกาศผล ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัวของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละส่วน ขณะที่บทบาทของ กกต. เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งว่ามีความเป็นไปตามหลักการเลือกตั้งโดยลับหรือไม่ โดยความรับผิดชอบของ กกต. เลขาธิการ กกต. รวมถึงเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี

“แม้การจัดการเลือกตั้งอาจมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่การจะมีความผิดทางอาญาหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของศาลยุติธรรม พรรคไม่ขอก้าวล่วง อย่างไรก็ตาม พรรคเห็นว่า กกต. อาจจัดการเลือกตั้งไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม จึงควรมีการตรวจสอบความรับผิดทางกฎหมาย แต่สุดท้ายแล้วการตัดสินจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล โดยพรรคทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของ กกต. ตามกระบวนการ” นายธีระ กล่าว