“เลขาฯกฤษฎีกา” ย้อนถามแรง! ปมลงมติลับบัตรเลือกตั้ง ใครผิด คนกาหรือคนแซะข้อมูล

“เลขาฯกฤษฎีกา” ย้อนถามแรง! ปมลงมติลับบัตรเลือกตั้ง ใครผิด คนกาหรือคนแซะข้อมูล
  • Published24 กุมภาพันธ์ 2026

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 24 ก.พ. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการตีความการลงมติแบบ “ลับ” ซึ่งกำลังเป็นที่ถกเถียงในขณะนี้ โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องดำเนินการตามกระบวนการ หากมีการแสดงความคิดเห็นโดยไม่รอบคอบ อาจก่อให้เกิดความสับสนในสังคม รวมถึงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบการเมืองไทย และบรรยากาศด้านการค้าและการลงทุน จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสมมุติว่า ประชาชนไปกาบัตรเลือกตั้งซึ่งถือเป็นความลับ แต่ภายหลังมีผู้พยายามตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว จะยังถือเป็นความลับอยู่หรือไม่ นายปกรณ์ได้ย้อนถามกลับว่า ต้องดูว่าใครเป็นผู้กระทำผิด ระหว่างผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือผู้ที่พยายามเข้าถึงและแซะข้อมูลของผู้อื่น

ส่วนการตีความคำว่า “ลับ” ในระบบราชการนั้น นายปกรณ์อธิบายว่า ตามระเบียบการรักษาความลับทางราชการจะมีการกำหนดระดับชั้นความลับไว้ 3 ระดับ ได้แก่ “ลับ” “ลับมาก” และ “ลับที่สุด” โดยข้อมูลลับสามารถรับรู้ได้เฉพาะระหว่างผู้ส่งและผู้รับเท่านั้น ไม่สามารถเผยแพร่หรือส่งต่อโดยไม่มีอำนาจ หากเปรียบเทียบกับคำภาษาอังกฤษ “ลับ” เทียบได้กับ Secret “ลับมาก” คือ Confidential และ “ลับที่สุด” คือ Top Secret

เมื่อถามต่อว่า หากมีการเปิดเผยหรือรับรู้ข้อมูลภายหลัง เรื่องดังกล่าวจะส่งผลให้ความลับเป็นโมฆะหรือไม่ นายปกรณ์ได้หัวเราะพร้อมกล่าวย้อนว่า สื่อมวลชนก็เคยทำกับตนอยู่บ่อยครั้ง โดยมีการนำเอกสารราชการไปเผยแพร่กันเป็นประจำ