รัฐบาลโอนแล้ว! เงินเยียวยาชายแดนไทย–กัมพูชา 3,313 ล้าน 7 จังหวัด 6.9 แสนครัวเรือน
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ได้เห็นชอบให้จ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กระทำของกองกำลังจากนอกประเทศบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม และเดือนธันวาคม 2568
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่ ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย พื้นที่ทางการเกษตร รวมถึงสิ่งสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหาย
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครัวเรือนผู้ประสบภัย โดยดำเนินการผ่านธนาคารออมสิน เข้าบัญชีของผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
การโอนเงินดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดสระแก้ว จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ
ผลการดำเนินงานพบว่า การโอนเงินช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยได้ดำเนินการเสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 695,945 ครัวเรือน รวมวงเงินกว่า 3,313 ล้านบาท โดยประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือครบทุกครัวเรือน
สำหรับการโอนเงินตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 มีการโอนเงินสำเร็จจำนวน 307,188 ครัวเรือน รวมวงเงิน 1,375,518,000 บาท ข้อมูล ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 17.30 น.
ขณะที่การโอนเงินตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 มีการโอนเงินสำเร็จจำนวน 388,757 ครัวเรือน รวมวงเงิน 1,938,376,000 บาท ข้อมูล ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 น.
ทั้งนี้ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดสุรินทร์ เป็นพื้นที่ที่มียอดการโอนเงินสำเร็จและจำนวนครัวเรือนที่ได้รับความช่วยเหลือมากที่สุด
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดน พร้อมทั้งเร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ และปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด

