“กมธ.งบฯ” เดือด! “ศุภชัย” ปะทะ “ไอซ์ รักชนก” ปมยัดวาระสอบ TH-AI วอล์กเอาต์หนี ลั่นไม่ร่วมสังฆกรรม

“กมธ.งบฯ” เดือด! “ศุภชัย” ปะทะ “ไอซ์ รักชนก” ปมยัดวาระสอบ TH-AI วอล์กเอาต์หนี ลั่นไม่ร่วมสังฆกรรม
  • Published18 มิถุนายน 2026

การประชุมคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรเกิดเหตุความวุ่นวายอย่างหนัก หลังมีการถกเถียงร้อนแรงกรณีวาระการตรวจสอบโครงการ “TH-AI Passport” โครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการปัญญาประดิษฐ์ แจกสิทธิใช้งาน AI ฟรี 5 ล้านสิทธิ วงเงินงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.69 การประชุมมี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ เป็นประธานดำเนินการ โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อมูลโครงการดังกล่าว ท่ามกลางข้อสงสัยของสังคมเกี่ยวกับความคุ้มค่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และเงื่อนไขในร่างขอบเขตงาน (TOR) ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเข้าชี้แจงแทน

อย่างไรก็ตาม หลังจากเริ่มการประชุม นายศุภชัย ใจสมุทร กรรมาธิการ ได้ทักท้วงทันที โดยระบุว่ากรรมาธิการยังไม่มีมติชัดเจนร่วมกันในการบรรจุวาระ และเห็นว่าอาจเป็นการดำเนินการที่เกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ อีกทั้งหากมีการพิจารณาซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการชุดอื่น อาจทำให้หน่วยงานที่เข้าชี้แจงเกิดความสับสน

ด้าน นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กรรมาธิการ ได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า การประชุมดังกล่าวอาจไม่เป็นไปตามข้อบังคับ เนื่องจากการประชุมร่วมกันต้องผ่านกระบวนการเสนอและอนุมัติจากประธานกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องก่อน พร้อมระบุว่ายังไม่มีความชัดเจนว่าดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วนหรือไม่

ขณะเดียวกัน มีการระบุว่าโครงการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีกำหนดพิจารณาในสัปดาห์หน้าอยู่แล้ว จึงอาจเกิดความซ้ำซ้อนในการเรียกหน่วยงานมาชี้แจง

นายศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การบรรจุวาระดังกล่าวเป็นการดำเนินการโดยความเห็นชอบของประธานกรรมาธิการเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่มีการผ่านความเห็นของฝ่ายกฎหมายอย่างครบถ้วน พร้อมระบุว่าหากยังมีข้อขัดแย้งควรให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนในการทำงาน

บรรยากาศการประชุมตึงเครียดอย่างหนัก จนไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ทำให้ นายศุภชัย ใจสมุทร พร้อมกรรมาธิการบางส่วนตัดสินใจลุกออกจากห้องประชุมทันที พร้อมประกาศไม่ร่วมพิจารณาต่อ โดยระบุว่า “ไม่ร่วมสังฆกรรม” และขอให้ส่งเรื่องให้ประธานสภาฯ เป็นผู้ชี้ขาดอำนาจหน้าที่โดยเร็ว