“อภิสิทธิ์” ซัดกู้ 4 แสนล้านไม่ตอบโจทย์ลงทุนประเทศ จี้รื้อระบบ ขรก.ใหม่
เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2569 เวลา 15.25 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระแรก วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3
โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นขอใช้สิทธิ์พาดพิงชี้แจง 3 ประเด็น หลังจากนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อภิปรายตอบโต้การอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ โดยระบุว่าเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ไร้อนาคต
นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า คำว่า “งบประมาณไร้อนาคต” นั้น แม้รัฐบาลจะพยายามนำเสนอภาพการลดการขาดดุล แต่ในความเป็นจริงยังต้องนับรวมเงินนอกงบประมาณจากพระราชกำหนดกู้เงินอีก 4 แสนล้านบาทเข้ามาด้วย
โดยระบุว่า เงินก้อนแรก 2 แสนล้านบาท ถูกใช้ไปกับการเยียวยาและการแจกจ่าย ส่วนอีก 2 แสนล้านบาท ไม่ได้ถูกนำไปลงทุนเพื่อยกระดับทักษะ เทคโนโลยี หรือสร้างศักยภาพใหม่ของประเทศ แต่กลับถูกนำไปใช้ในด้านพลังงาน ซึ่งยังต้องพึ่งพาการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์และยานยนต์ไฟฟ้าจากต่างประเทศ
ในประเด็นงบประมาณด้านสวัสดิการบุคลากรภาครัฐ นายอภิสิทธิ์ระบุว่า ในอดีตตนและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้มีการออกแบบระบบสวัสดิการใหม่สำหรับข้าราชการบรรจุใหม่ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและช่วยประหยัดงบประมาณระยะยาว แทนการตัดลดสิทธิ์ของข้าราชการเดิม แต่แนวคิดดังกล่าวไม่ได้ถูกสานต่อในรัฐบาลชุดหลัง ๆ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ได้หยิบยกความกังวลของประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เกี่ยวกับความเสี่ยงภัยพิบัติน้ำท่วม โดยระบุว่าสิ่งที่นายจูรี นุ่มแก้ว สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นำเสนอ ไม่ใช่เพียงประเด็นเชิงเทคนิคงบประมาณ แต่เป็นข้อเท็จจริงที่รัฐยังไม่จัดสรรงบประมาณเพื่อโครงสร้างพื้นฐานป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งซ่อมแซมคลอง ร.1 ที่ชำรุดอยู่ในขณะนี้ เพื่อรองรับมวลน้ำในอนาคต และป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญความเสียหายซ้ำรอยเดิม โดยชี้ว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงกว่าการใช้งบป้องกันหลายเท่า แต่รัฐยังเน้นงบเยียวยามากกว่าการป้องกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากยังไม่มีการดำเนินการจริงจัง โครงสร้างพื้นฐานที่เคยประกาศไว้ก็ยังไม่ถูกบรรจุในงบประมาณปีนี้ และประชาชนในพื้นที่อาจต้องเผชิญเหตุการณ์ซ้ำเดิมในอนาคตอันใกล้
“ถ้าจะแนะนำตอนนี้ ก็คงต้องบอกว่าจุดธูปต่อไปเถอะ รอจนกว่าจะได้คำตอบที่แท้จริง อย่างน้อยคลอง ร.1 ที่ชำรุดอยู่ตอนนี้ อย่าให้วัวรอดได้ต่อไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

