“พิพัฒน์” ลั่นยุคตนไร้ส่วย! เปิดให้ตรวจสอบเต็มที่ จี้รับมือน้ำท่วมหาดใหญ่เข้ม

“พิพัฒน์” ลั่นยุคตนไร้ส่วย! เปิดให้ตรวจสอบเต็มที่ จี้รับมือน้ำท่วมหาดใหญ่เข้ม
  • Published1 กรกฎาคม 2026

เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2569 เวลา 16.20 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระแรก วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงกรณีนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท้าให้ประกาศกลางสภาฯ ว่าจะไม่รับส่วย โดยระบุว่า ตนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโดยไม่มีความเป็นมืออาชีพด้านวิศวกรรม จึงต้องใช้เวลาในการศึกษาและพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งงานด้านบก อากาศ น้ำ และราง พร้อมยืนยันว่าจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และสานต่อโครงการที่เริ่มไว้ให้แล้วเสร็จ

นายพิพัฒน์ ระบุว่า การบริหารราชการย่อมมีโอกาสเกิดความผิดพลาด แต่ความผิดพลาดถือเป็นบทเรียนสำคัญในการพัฒนาการทำงานให้เข้มแข็งขึ้น พร้อมย้ำกรณีถูกถามเรื่อง “ส่วย” ว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำงานในกระทรวงคมนาคม 2 ครั้งที่ผ่านมา ยังไม่เคยเห็นและไม่อยากเห็น พร้อมยืนยันความตั้งใจทำงานอย่างสุจริตใจ และให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์การทำงานของตน

“ผมมีความตั้งใจและบริสุทธิ์ใจ เชื่อว่าเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ กระทรวงคมนาคมในยุคของผมจะต่างจากที่ผ่านมา จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถมี แต่ไม่ใช่ให้คนที่ยังเป็นนักเรียนฝึกหัดมาบริหารกระทรวงใหญ่” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า แม้ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม แต่มีประสบการณ์ด้านบริหารธุรกิจ มองว่าการบริหารองค์กรต้องไม่ขาดทุนและต้องมีประสิทธิภาพ แต่ในภาครัฐต้องมุ่งบริการประชาชน ไม่จำเป็นต้องทำกำไร แต่ต้องโปร่งใสและลดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด โดยย้ำว่าเงินทุกบาทมาจากภาษีประชาชน

พร้อมระบุว่า ตนเคยดำรงตำแหน่งใน 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงแรงงาน โดยมั่นใจว่าไม่เคยมีปัญหาการทุจริตหรือข้อร้องเรียน และเมื่อมารับผิดชอบกระทรวงคมนาคมซึ่งมีงบประมาณสูง จะพิสูจน์การทำงานให้เห็นความโปร่งใส โดยเปิดให้สมาชิกสภาฯ ตรวจสอบได้เต็มที่

ด้านนายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่รัฐมนตรีประกาศว่าจะไม่มีการรับส่วยจากโครงการก่อสร้าง พร้อมระบุว่าควรยืนยันให้ชัดเจนว่าผู้รับเหมาไม่ต้องจ่ายผลประโยชน์แฝงใด ๆ แต่ยังตั้งคำถามถึงความชัดเจนของระบบการตรวจสอบ

ขณะที่ประธานการประชุมได้กล่าวตัดบทว่า ไม่จำเป็นต้องให้รัฐมนตรีกล่าวยืนยันซ้ำ เพราะได้ชี้แจงชัดเจนแล้ว

จากนั้น นายพิพัฒน์ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงแนวทางรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามที่นายจูรี นุ่มแก้ว สส.จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญ โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยและได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเตรียมความพร้อม รวมถึงสั่งการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประสานเทศบาลนครหาดใหญ่เตรียมอุปกรณ์รับมือ

พร้อมกำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นซักซ้อมแผนรับมือก่อนฤดูน้ำหลาก โดยระบุว่าปีที่ผ่านมาอาจยังขาดการซักซ้อมอย่างเพียงพอ และย้ำว่าการมีเครื่องมือเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่มีการฝึกซ้อมอาจไร้ประสิทธิภาพ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันป้องกันความเสียหายและลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะการป้องกันการสูญเสียชีวิต แม้ความเสียหายต่อทรัพย์สินอาจเกิดขึ้นได้ แต่ต้องลดให้เหลือน้อยที่สุด และยอมรับว่าที่ผ่านมามีปัญหาการประสานงานในบางพื้นที่