“พิพัฒน์” สั่ง “อิตาเลียนไทย” หยุดก่อสร้างทุกโครงการ ปมเครนถล่มพระราม 2

“พิพัฒน์” สั่ง “อิตาเลียนไทย” หยุดก่อสร้างทุกโครงการ ปมเครนถล่มพระราม 2
  • Published15 มกราคม 2026

เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2569 นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ ถึงเหตุเครนก่อสร้างถล่มบนถนนพระราม 2 ซึ่งสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายพิพัฒน์ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข M81 ช่วงมหาชัย โดยตนเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที พร้อมปลัดกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานชัดเจนว่า โครงการดังกล่าวได้มีคำสั่งหยุดปฏิบัติงานก่อนเกิดเหตุหรือไม่ หากยังมีการก่อสร้างอยู่ ย่อมต้องตรวจสอบว่าเหตุใดจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ย้ำว่า จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุหรือมีปัจจัยอื่นแทรกซ้อน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อุบัติเหตุในลักษณะเดียวกันเกิดซ้ำหลายครั้ง และผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องเป็นรายเดิม คือ อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ทำให้ต้องตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยและการควบคุมงานก่อสร้าง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ กระทรวงคมนาคมอาจจำเป็นต้องประกาศสั่งหยุดการก่อสร้างทุกโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบทั่วประเทศเป็นการชั่วคราว โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ (15 ม.ค. 2569) จะมีการประชุมเร่งด่วน เพื่อพิจารณาสั่งยุติการก่อสร้างทั้งหมดก่อน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สิน ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ประกาศอย่างเป็นทางการ

“เราคงต้องกลับมาทบทวนทุกโครงการทั้งหมด เชิญผู้รับเหมาทุกรายเข้าหารือ และกำหนดมาตรการเช็กลิสต์ด้านความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด ตรวจสอบว่าแต่ละรายปฏิบัติตามหรือไม่ ทุกงาน ทุกองค์กร ภายใต้การกำกับของกระทรวงคมนาคม ต้องกลับมาตรวจสอบใหม่ทั้งหมด” นายพิพัฒน์กล่าว

ขณะเดียวกัน นาย สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการ ได้ทวนคำถามว่า มาตรการดังกล่าวหมายถึงการสั่งยุติการก่อสร้างโครงการทางยกระดับทั้งหมดไว้ก่อน จนกว่าจะมีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ เชิญผู้รับเหมาทุกรายมาหารือ และกำหนดเช็กลิสต์ที่เข้มงวด โดยต้องปฏิบัติตามครบถ้วนก่อนจึงจะอนุญาตให้กลับมาก่อสร้างได้อีกครั้งใช่หรือไม่

นายพิพัฒน์ ยืนยันอย่างชัดเจนว่า “ถูกต้องครับ” พร้อมระบุว่า ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก และไม่อาจยอมรับให้เกิดเหตุซ้ำในลักษณะนี้ได้อีก