“รมว.พลังงาน” งัดไม้แข็งรื้อ “ค่าไฟโซลาร์–ชีวมวล” ดันคิดค่าไฟแบบขั้นบันได เริ่ม มิ.ย.69
เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าของประเทศใหม่ทั้งระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าไฟของประชาชน และจัดการต้นทุนพลังงานให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
นายเอกนัฏระบุว่า ปัญหาหลักที่ทำให้ค่าไฟฟ้ายังคงอยู่ในระดับสูง มาจากการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการพลังงานหมุนเวียนในอดีต ที่เคยได้รับการสนับสนุนในรูปแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า หรือ Adder โดยมีกำลังผลิตรวมกว่า 4,000 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 10% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ
ปัจจุบันโครงการดังกล่าวยังมีการรับซื้อไฟฟ้าในอัตราประมาณ 3–5 บาทต่อหน่วย ซึ่งส่งผลให้เกิดภาระต้นทุนต่อค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที เฉลี่ยราว 20 สตางค์ต่อหน่วย โดยกระทรวงพลังงานได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ และเตรียมเปิดเจรจากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เพื่อปรับลดราคารับซื้อให้สอดคล้องกับต้นทุนในปัจจุบัน
“โซลาร์ควรอยู่ไม่เกิน 2.20 บาทต่อหน่วย ส่วนพลังงานชีวมวลก็ต้องเจรจาใหม่ เพราะหลายโครงการคืนทุนไปแล้ว และต้นทุนพลังงานเปลี่ยนแปลงไปมาก หากไม่สามารถตกลงกันได้ ก็จำเป็นต้องยกเลิก แม้จะมีการฟ้องร้องก็ยินดี แต่จะปล่อยให้ค่าไฟแพงต่อไปไม่ได้” นายเอกนัฏกล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเตรียมปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ในรูปแบบขั้นบันได ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้า 23.2 ล้านครัวเรือน โดยตั้งเป้าเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 แบ่งผู้ใช้ไฟออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
กลุ่มแรก คือผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน จำนวนประมาณ 15.4 ล้านครัวเรือน รวมถึงกลุ่มใช้ไฟเกิน 200 หน่วย รวมทั้งสิ้น 23.2 ล้านครัวเรือน จะได้รับอัตราค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
กลุ่มที่สอง ผู้ใช้ไฟ 200–400 หน่วยต่อเดือน จำนวนประมาณ 4.6 ล้านครัวเรือน จะยังคงจ่ายค่าไฟในอัตราใกล้เคียงเดิมที่ 3.95 บาทต่อหน่วย
ส่วนกลุ่มที่สาม ผู้ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยต่อเดือน จำนวนราว 3.2 ล้านครัวเรือน จะมีการปรับอัตราค่าไฟเพิ่มขึ้น จากเฉลี่ย 4.50 บาทต่อหน่วย เป็นมากกว่า 5 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นราว 1 บาทต่อหน่วย โดยภาครัฐแนะนำให้พิจารณาติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว
กระทรวงพลังงานย้ำว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมด้านพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และปรับระบบค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น

