“นายกฯ” ลุยพะงันทลายพูลวิลล่าเถื่อน สั่งเช็กเงินนอมินีอิสราเอล แจงดรามา 8 ธุรกิจต่างชาติ

“นายกฯ” ลุยพะงันทลายพูลวิลล่าเถื่อน สั่งเช็กเงินนอมินีอิสราเอล แจงดรามา 8 ธุรกิจต่างชาติ
  • Published13 พฤษภาคม 2026

วันที่ 13 พ.ค. 2569 เวลา 13.48 น. ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เกาะพะงัน ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน เพื่อติดตามปฏิบัติการตรวจสอบการก่อสร้างและการถือครองกิจการที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีพูลวิลล่าหรูในพื้นที่บ้านโฉลกหลำ ซึ่งมีการตรวจพบการก่อสร้างผิดกฎหมายและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของผ่านลักษณะ “นอมินี”

โดยพลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดตั้งพูลวิลล่าดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่ามีชาวอิสราเอลเกี่ยวข้องในฐานะผู้ถือผลประโยชน์ โดยใช้นอมินีคนไทยถือหุ้นแทนตามนโยบายปฏิบัติการกวาดล้างธุรกิจนอมินีต่างชาติในพื้นที่เกาะพะงัน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ หากพบว่ามีการถือหุ้นแทนหรือใช้นอมินีเพื่อเลี่ยงกฎหมาย ถือว่าผิดเจตนารมณ์ เนื่องจากต่างชาติไม่มีสิทธิถือครองที่ดินในประเทศไทย พร้อมสั่งให้ขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด

ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการปรับลดขั้นตอนการอนุญาตให้ต่างชาติลงทุนใน 8 ประเภทธุรกิจ โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเปิดเสรีให้ต่างชาติประกอบธุรกิจโดยไม่ต้องขออนุญาต แต่เป็นเพียงการลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนราชการ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เดิมผู้ประกอบการต่างชาติจำเป็นต้องยื่นขออนุญาตหลายหน่วยงาน เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกระทรวงมหาดไทย แต่แนวทางใหม่จะลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน โดยยังคงต้องขออนุญาตจากหน่วยงานเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อให้เกิดระบบวันสต็อปเซอร์วิสตามนโยบายอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ

พร้อมยอมรับว่าเกิดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารจากรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดความเข้าใจผิด จึงขออภัยต่อกรณีดังกล่าว และย้ำว่าไม่ได้มีการเปิดให้ต่างชาติทำธุรกิจโดยไม่ต้องขออนุญาตตามที่เข้าใจผิด

ในส่วนของปัญหานอมินีในพื้นที่เกาะพะงัน นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบโครงสร้างบริษัทที่มีการถือหุ้นไขว้กันหลายชั้น ทำให้แม้บริษัทจะดูเป็นนิติบุคคลไทย แต่การควบคุมอำนาจจริงอาจอยู่ในมือชาวต่างชาติ ซึ่งถือว่าขัดต่อเจตนารมณ์กฎหมายไทย

นายอนุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทบางแห่งมีการใช้โครงสร้างถือหุ้นซับซ้อน และมีการใช้บุคคลไทยถือหุ้นแทนเพื่ออำพรางการเป็นเจ้าของที่แท้จริง พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการฟอกเงินผ่านธุรกิจและการถือครองที่ดิน

พร้อมย้ำว่าต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49 แต่หากพบว่ามีการควบคุมกิจการจริงทั้งหมดโดยต่างชาติ ถือเป็นการเลี่ยงกฎหมายและต้องดำเนินคดีอย่างจริงจัง

หลังเสร็จภารกิจ นายกรัฐมนตรีได้พบปะประชาชนในพื้นที่และรับมอบช่อดอกไม้ ก่อนลงไปตรวจดูบริเวณชายหาด พร้อมกล่าวขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันรักษาความสะอาดและความสมบูรณ์ของชายหาดและทะเล ขณะที่ชาวบ้านได้ชักชวนให้ไปตกหมึก แต่เจ้าตัวปฏิเสธเนื่องจากต้องเดินทางต่อไปยังจังหวัดภูเก็ต พร้อมกล่าวตอบเป็นภาษาใต้ว่า “หร่อยแรงๆ”