“รัฐบาล” แจงตัดสิทธิ “คนจนทิพย์” ชวดบัตรสวัสดิการฯ แต่เปิดช่องอุทธรณ์ได้
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.69 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ที่มีการปรับเงื่อนไขเพิ่มขึ้น โดยกำหนดให้ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร อาจถูกตัดสิทธิออกจากโครงการ
นายวินิจ ระบุว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวยังเดินหน้าตามมติคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยกระทรวงการคลังได้ปรับแนวทางการคัดกรองจากเดิมที่ใช้รายได้ครัวเรือน มาเป็นการพิจารณารายได้รายบุคคล เพื่อให้สามารถคัดเลือกผู้ที่ยากจนอย่างแท้จริง และให้ผู้ที่เดือดร้อนจริงเข้าถึงสิทธิสวัสดิการของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายวินิจ กล่าวอีกว่า การปรับเกณฑ์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแยก “คนจนจริง” ออกจากกลุ่มที่มีรายได้แต่แสดงสถานะว่าอยู่ในเกณฑ์ยากจน พร้อมย้ำว่ารัฐไม่ได้มุ่งตัดสิทธิประชาชน แต่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางการคลังที่มีอยู่จำกัด จึงต้องจัดสรรสวัสดิการให้กลุ่มเปราะบางที่สุดก่อน โดยมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังเป็นหนึ่งในกลไกช่วยเหลือประชาชนในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวและค่าครองชีพสูง
สำหรับกรณีข้อสงสัยที่มีการนำชื่อบุคคลไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโดยไม่รู้ตัว โฆษกกระทรวงการคลังระบุว่า ประชาชนสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ หากพบความผิดพลาด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด เนื่องจากปัจจุบันมีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนและทันสมัยมากขึ้น ทำให้การคัดกรองผู้ไม่มีคุณสมบัติสามารถทำได้มีประสิทธิภาพกว่าในอดีต
นายวินิจ ยังกล่าวอ้างถึงข้อมูลร้องเรียนในอดีตว่า พบกรณีผู้ถือบัตรบางรายมีพฤติกรรมไม่สอดคล้องกับเกณฑ์ความยากจน เช่น การซื้อสินค้าบางประเภทในลักษณะซ้ำต่อเนื่องเพื่อวัตถุประสงค์อื่น และการครอบครองทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ต้องยกระดับความเข้มงวดของการคัดกรองในรอบนี้
อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการคลังยืนยันว่า ผู้ที่อาจหลุดจากเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังสามารถเข้าถึงสวัสดิการรูปแบบอื่นของรัฐได้ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และมาตรการช่วยเหลืออื่นที่อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยย้ำว่ารัฐบาลจะมุ่งช่วยเหลือกลุ่มที่ลำบากที่สุดเป็นลำดับแรก พร้อมเปิดทางให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถตรวจสอบและอุทธรณ์สิทธิได้ตามขั้นตอน

